รังรักออสเตรีย-สวนผีเสื้อ










EP 11 คนปากดี ขี้หึง เอาแต่ใจ 40% ก่อน NC++ ( พระจันทร์สองใจ NC 20++ ) ( อัญจรี ) [ 2017-11-20 ]
ล่ารัก หนึ่ง 2 ( [ชุด Men Of Lions] ล่ารักรัฐภัทร (Ebook + ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2017-11-19 ]
ล่ารัก หนึ่ง 1 ( [ชุด Men Of Lions] ล่ารักรัฐภัทร (Ebook + ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2017-11-19 ]
ตามรัก หนึ่ง 2 ( [ชุด Men Of Lions] ตามรักรัฐภาค (Ebook + ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2017-11-19 ]
ตามรัก หนึ่ง 1 ( [ชุด Men Of Lions] ตามรักรัฐภาค (Ebook + ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2017-11-19 ]
พบรัก หนึ่ง 2 ( [ชุด Men Of Lions] พบรักรัฐภาม (Ebook + ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2017-11-19 ]
คนอุ้มรัก หนึ่ง 2 ( [ชุด Men Of Lions] อุ้มรักรัฐภพ (Ebook + ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2017-11-19 ]
ขอรักครั้งที่ สิบ 1 ( [ชุด Men Of Lions] ขอรักรัฐภูมิ (Ebook + ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2017-11-19 ]
บทที่ 5 ( เสน่หามายาไฟ (18+) ) ( พิริตา ) [ 2017-11-19 ]
ตอนที่ 2 หัวใจที่บอบช้ำ[02] ( พ่ายรักตรวนราคี ) ( R-mustang ) [ 2017-11-18 ]


วันนี้ 547
เมื่อวานนี้ 1,040
เดือนนี้ 19,485
เดือนที่แล้ว 32,631
ปีนี้ 327,163
ปีที่แล้ว 1,316,526
รวมทั้งหมด 7,629,253

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน

URL สำหรับอ่านหน้านี้

Code สำหรับนำไปแปะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
ชื่อผู้ส่ง

E-Mail


Share on Facebook
รังรักออสเตรีย : สวนผีเสื้อ
ผู้แต่ง : ณ ชะอำ
ลงเมื่อ : 2017-04-25 [ 14:57:22 ]
อ่านทั้งหมด : 305
คอมเมนท์ทั้งหมด : 0
คะแนนโหวตทั้งหมด : 0

 

rn

 

rn
rn
 
rn
 
rn
rn

                รถม้าเคลื่อนผ่านประตูรั้วเหล็กดัดเข้ามาสู่เขตสวนสาธารณะบวร์กการ์เทน สิ่งแรกที่เตะตาคือรูปจำหลักหินอ่อนใครคนหนึ่งยืนกางมือออกน้อยๆ ในอากัปกิริยาสุนทรีย์ ข้างหน้ามีพุ่มไม้ที่ออกแบบจัดสลับสีเป็นรูปตัวโน้ต แม้ว่าจะแห้งเหลือแต่กิ่งสีน้ำตาลโล้นในอากาศเช่นนี้ มาลินีเพ่งตาอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกออกว่าเป็นโมสาร์ทนั่นเอง

rn

                “จ..จอดแป๊บหนึ่งได้ไหมคะ ฉันอยากถ่ายกับโมสาร์ท!

rn

                เสียงใสลั่นขึ้นมา เสร็จแล้วก็หน้าแดงนิดหน่อยเมื่อรู้สึกว่าเสียงดังเกินไป แต่แหม... อนุสาวรีย์โวล์ฟกัง โมสาร์ท อัฉริยะทางดนตรีของโลกเชียวนะ ตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ของเธอก็เปิดเพลงอมตะของโมสาร์ทฟังในบ้านให้มีชีวิตชีวา อย่างเช่นเปียโนโซนาต้า หมายเลข 12 ด้วยหวังจะเลี้ยงลูกสาวสุดที่รักให้พัฒนาการทางอารมณ์ดี ซึ่งดนตรีคลาสสิคก็ดูจะได้ผลจริงทำให้มาลินีเป็นผู้หญิงไม่ขี้โมโห

rn

                ลุงสารถีรีบดึงบังเหียนม้า เบรกเอี๊ยดอยู่ตรงทางปูหินที่มีเก้าอี้ยาวฝั่งตรงข้ามกับรูปสลักโมสาร์ท เมื่อเสียงกีบเท้าม้าเงียบไป พวกเขาจึงเพิ่งได้ยินเสียงเพลงแผ่วเบาที่เปิดมาจากอาคารเจ้าหน้าที่ประจำสวนบวร์กการ์เทนคลอกับเสียงลม

rn

                “เพลงนี้... ไอเนอร์ ไคลเนอร์ นาคต์มูซิค” ลุงสารถีถอนหายใจ สูดอากาศและหลับตาฟังท่วงทำนองอันโด่งดังของเพลงไอเนอร์ ไคลเนอร์ นาคต์มูซิค เพลงยามเย็นบทน้อย’ หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม ลิตเติ้ลเซเรเนด หมายเลข 13 “เอาสิลูก ส่งกล้องมา บรรยากาศกำลังดีเลย ลุงจะถ่ายรูปคู่ให้”

rn

                ได้ยินลุงแกชงเรื่องรูปคู่มาอย่างนั้น ฟลอเรียนก็ลงจากรถม้าอย่างไม่อิดออด และยื่นมือไปให้มาลินีจับขณะก้าวลงจากรถม้า ให้ตายสิ มาลินีรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเลดี้ในละครย้อนยุค กำลังเข้าฉากสวนดอกไม้อลังการอะไรฉากหนึ่ง กับพระเอกสุดหล่อผมทองในเสื้อโค้ตวูลกรมท่า และมีดนตรีบรรเลงส่งอารมณ์สดใสแช่มชื่น เพียงแต่มันกำลังเกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงของเธอโดยไม่มีสคริปต์ใดๆ

rn

                ทั้งสองเดินเข้าไปยืนถ่ายรูปด้วยกันตรงฐานหินอ่อนของโมสาร์ทศิลา นกพิราบขาวเดินเตาะแตะบนพรมหญ้าที่มีเกล็ดหิมะจับบางเบา ดูราวกับละอองน้ำตาลไอซิ่งบนหน้าขนม ฟลอเรียนจูงให้หญิงสาวยืนตรงจุดที่ไม่ลื่น ลุงสารถีรถม้ายกกล้องมือถือของมาลินีขึ้น

rn

                “เอ้า ขยับเข้ามาใกล้กันหน่อย” เขายกมือหนึ่งโบกให้กระเถิบเข้าหากัน แต่ก็ดูเหมือน คู่รัก’ ตรงหน้าจะเพียงแค่ยืนข้างๆกันเฉยๆอยู่อย่างนั้น คนมีอายุเห็นท่าทีเก้ๆกังๆก็เลิกคิ้วสูง “เจ้าหนุ่มนี่ก็ เว้นที่ไว้ตีกอล์ฟหรือไง... ยืนเขินอะไรกัน”

rn

                ฟลอเรียนหัวเราะในคอ ก้าวเข้ามาประชิดตัวมาลินีที่หน้าแดงวางตัวไม่ถูก ระดับความสูงของทั้งสองพอยืนใกล้กันแล้ว มาลินีพบตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่ซบหน้ากับแผ่นอกกว้างได้พอเหมาะพอดี ส่วนร่างสูงก็เกยคางเหนือศีรษะมาลินีได้สบายๆ จินตนาการของสาวหมวยที่กำลังปลื้มหนุ่มฝรั่งทะยานไปไกล

rn

                เธอชอบเขาเหลือเกิน... ทิชาดายุให้เธอเป็นฝ่ายจีบเขาเลย แต่มันมีวิธีใดหรือไม่ที่เธอจะคบกับผู้ชายคนนี้อย่างยั่งยืนถาวรได้...

rn

                ไม่ทันจะปรับสีหน้า เสียงชัตเตอร์แชะๆก็ลอยมาเข้าหูเสียแล้ว

rn

                “เช็คภาพดูก่อนไหมล่ะลูก” ลุงสารถียิ้มใจดีขณะยื่นกล้องมาให้ ฟลอเรียนก้าวไปเอื้อมมือจะรับ แต่มาลินีกลับรีบพุ่งไปคว้ามากำแนบอกเสียก่อน ชายหนุ่มทำหน้าตกใจ

rn

                “เป็นอะไรหรือครับ”

rn

                มาลินีไม่ตอบแต่ถอยหลัง รีบเปิดไฟล์ภาพขึ้นมาดูคนเดียว นั่นไง เป็นอย่างที่เธอคิด ในภาพถ่ายเธอกำลังเงยหน้ามองฟลอเรียนที่ยืนข้างๆ ด้วยสายตาเคลิ้มฝันอย่างปิดไม่มิด ดูอย่างไรก็เป็นสายตาของเด็กสาวที่เตรียมสารภาพรักรุ่นพี่ น่าอายที่สุด! หญิงสาวรีบเอานิ้วปัดภาพลงไปจากจอทันที เธอเปิดแอพพลิเคชั่นกล้องขึ้นมาใหม่

rn

                “มัน...มันไกลเกินไปน่ะค่ะ ฉันขอใหม่นะคะ”

rn

                ไม่รู้ทำไม นัยน์ตาของชายหนุ่มดูมีประกายระริก คล้ายขบขัน คล้ายรู้ทัน แม้ว่ารอยยิ้มน้อยๆแบบไม่เห็นฟันของเขายังดูสุภาพไม่เปลี่ยน มือใหญ่เอื้อมมาหยิบกล้องจากมือเธอ

rn

                “งั้น...เซลฟี่ดีไหมครับ จะได้เห็นหน้าใกล้ๆ” ปากว่าพร้อมกับตัวเคลื่อนเข้ามาซ้อนด้านหลัง และยื่นหน้ามาแทบจะแก้มชนแก้ม แขนยาวเล็งถ่ายเห็นภาพในกล้องหน้าของมือถือในระยะกำลังดี มีหน้าของทั้งสองและพุ่มไม้รูปตัวโน้ตเป็นพื้นหลัง

rn

                มาอีหรอบนี้ยิ่งดูเหมือนภาพคนเป็นแฟนกันไปใหญ่ มาลินีแก้มร้อนเป็นไฟ ได้แต่สั่งตัวเองให้ยิ้มขณะที่ตาลายด้วยไอผะผ่าวของใบหน้าตัวเอง

rn

                ฟลอเรียนเอียงหน้าเข้ามาเล็กน้อย ปรางแก้มระเรื่อแดงของหญิงสาวอยู่ใกล้ปลายจมูกเขาแค่ระยะเส้นผมคั่น กลิ่นหอมหวานของเกสรบัวเจือสะระแหน่แทรกซึมทั่วฆานประสาท ในอกชายหนุ่มพลันอื้ออึงไปด้วยเสียงเรียกร้อง ให้หอมแก้มเจ้าหล่อนสักฟอดหนึ่ง... แค่หอมแก้มแบบเพื่อนตามธรรมเนียมตะวันตกไม่มีอะไรแปลกหรือเสียหายเลย และมาลินีก็ทำงานกับพวกเขามามากพอที่จะเข้าใจ เธอคงไม่ว่าอะไร

rn

                แต่เพราะรู้วัฒนธรรมไทย แถมยังหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าจริงๆแล้ว ต่อให้เขาอยากจะฉวยโอกาสก็ยังทำไม่ลง ผสมกับความกลัวว่าเธอจริงใจกับเขาเพียงใดกันแน่ ฟลอเรียนก็ไม่กล้าจะปล่อยตัวเองให้ถลำตามห้วงอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดหักใจถอยออกห่างกลับมาอย่างเดิม

rn

                เขากระแอมเบาๆ “ลองดูรูปสิครับว่าถูกใจไหม ถ้าไม่ชอบ เอาใหม่อีกก็ได้”

rn

                “ไม่เป็นไรค่ะ...” มาลินีงึมงำตอบ ดวงตาสีนิลจ้องภาพเซลฟี่ในมือถือตัวเองนิ่ง “เรา...น่าจะรีบไปโดมผีเสื้อกันนะคะ ฉันขอโทษที่ทำให้เสียเวลา” จริงอย่างหญิงสาวว่า พวกเขาออกจากหอศิลป์มาชั่วโมงหนึ่งแล้ว จากอนุสาวรีย์โมสาร์ทตรงนี้ จุดหมายอยู่ใกล้นิดเดียว แค่ตัดผ่านสวนสาธารณะไปพวกเขาก็จะถึงโดมผีเสื้อ

rn

                “ไม่ต้องมีคำขอโทษแก่ผมหรอกครับ คุณมาลินี คุณเป็นแขกของผมนี่ครับ”

rn

                ฟลอเรียนพูดอย่างมีความสุข เขาไม่ได้อยากเร่งรีบเลยด้วยซ้ำ อยากค่อยๆละเลียดช่วงเวลากับเธอท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามมากกว่า เขาก้มลงปัดละอองหิมะจากยอดหญ้าที่เกาะชายเสื้อโค้ตขาวของหญิงสาวให้หลังจากเธอขึ้นไปนั่งบนรถม้า ยินเสียงขอบคุณอ่อนหวานและเกรงใจของเธออีก

rn

                แวบหนึ่งฟลอเรียนเกิดนิมิตที่แปลกประหลาดที่สุดในหัว เขาเห็นตัวเองในวัยหัวล้านหลังเกษียณ กำลังนั่งแกะดอกหญ้าที่ติดอยู่กับใยเสื้อโค้ตขนสัตว์ของมาลินี พวงแก้มของเธอเหี่ยวย่นและเรือนผมสั้นดัดหยิกก็เป็นสีดอกเลา เธอกล่าวขอบคุณเขาแผ่วเบา มือผอมๆที่เปิดหนังสืออยู่บนตักมีแหวนไพลินประจำตระกูลมุนเซอร์อยู่ตรงนิ้วนางซ้าย

rn

                ฟลอเรียนเงยหน้าขึ้นมา แล้วภาพในตาก็หายไป กลับมาเป็นปัจจุบันอีกครั้ง รถม้าแล่นเรื่อยไปตามทางที่มีต้นไม้เรียงรายสองฟาก มาลินีโยกศีรษะน้อยๆตามทำนองเริงร่าของเพลงลิตเติ้ลเซเรเนด ยกมือถือขึ้นมาเป็นระยะเพื่อถ่ายรูปกิ่งไม้ที่มีหยาดน้ำแข็งจับห้อยตุ้งติ้งราวกับคริสตัล แล้วฟลอเรียนก็พบว่าตัวเองไม่อาจละสายตาไปจากผู้หญิงคนนี้ได้อีกแล้ว

rn

 

rn

                ในเวลาเดียวกันนั้น ทิชาดากำลังช่วยคนของหอศิลป์กรุงเทพฯ วัดพื้นที่ในจัตุรัสคาร์ล พวกเขาสำรวจแล้ววางแผนว่า จะทำเวทีและฉากประชาสัมพันธ์เล็กๆหันเข้าหาด้านที่ใกล้กับสถานีรถใต้ดิน เพื่อดึงดูดความสนใจผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

rn

                ในบริเวณนั้นมีบูทของบริษัททัวร์ตั้งอยู่ก่อนแล้วสองสามจุด และมีกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษามาจัดกิจกรรมอ่านนิทานให้เด็กๆฟัง ดูแล้วก็มีคนสนใจจำนวนมากอยู่พอสมควร คุณหญิงและรองผู้บริหารหอศิลป์จึงตกลงให้คนสกรีนฉากและพาช่างมาทำเวทีวันรุ่งขึ้น

rn

                ทิชาดายืนซุกมือสั่นอยู่ในเสื้อแจ็กเก็ตขนเป็ด อุณหภูมิมันก็ไม่ได้หนาวจนแข็งหรอก แต่พออยู่ในลานโล่งแจ้งที่ลมพัดฉิวๆ ไม่มีอะไรกำบังเลยอย่างนี้ คนเมืองร้อนเขตศูนย์สูตรก็น้ำมูกไหลฟืดฟาด ผมเผ้าปลิวพันกันเต็มหน้า

rn

                “อ๊ะ!

rn

                ผ้าพันคอไหมพรมสีแดงที่ตลบไว้รอบคอพลันปลิวไปตามลม ทิชาดาดึงมือออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตจะคว้าไว้แต่ก็ไม่ทัน เธอรีบวิ่งตามไป นึกเสียวว่ามันจะปลิวไปตกลงในสระน้ำกลมขนาดยักษ์กลางจัตุรัส ผืนนี้มารดาของหล่อนถักเองเสียด้วยสิ

rn

                ผืนผ้ากลับถูกเอื้อมคว้าไว้โดยมือของผู้ชายผิวสีมะกอกในชุดสูทดำที่ยืนอยู่ตรงขอบสระน้ำ ทิชาดาเบรกตัวแทบหน้าคว่ำ เงยหน้ามาจะขอบคุณก็สบตาเข้ากับดวงตาสีดำดุดันที่ชวนขนลุก

rn

                “นี่ครับ คุณผู้หญิง

rn

                สำเนียงเยอรมันแปลกแปร่ง น้ำเสียงค่อนข้างต่ำและแข็งกร้าว ประกอบกับโหนกแก้มของผู้ชายคนนี้มีรอยแผลเป็นหยักๆดูน่ากลัว ทำให้ทิชาดาถอยหลังนิดหนึ่ง บางอย่างบอกเธอว่าเขาอันตรายไม่น่าไว้ใจ... หญิงสาวพึมพำขอบคุณก่อนจะรีบหยิบผ้ามาจากมือเขา จากนั้นก็หันหลังวิ่งเหยาะๆกลับมาหากลุ่มคณะทำงานจากหอศิลป์กรุงเทพฯ

rn

                เธอหันหลังกลับไปมองผู้ชายคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง แต่ริมสระตรงนั้นกลับไม่มีใครอยู่แล้ว

rn

                “เอาล่ะ กลับโรงแรมกันดีกว่านะครับ พรุ่งนี้ได้ช่างแล้วค่อยมาดูกันใหม่”

rn

                ท่านรองฯบอกทุกคน ซึ่งทิชาดาก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย เพราะรู้สึกไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว พวกเขาเดินข้ามถนนไปยังหน้าโบสถ์คาร์ล ก่อนจะไปหยุดรอรถบัสขาวแดงที่ป้ายเพื่อกลับโรงแรม ทิชาดาชวนคุณหญิงคุยขณะช่วยจูงเดิน

rn

                ด้านหลัง ดวงตาดุดันของชายผิวสีมะกอกจ้องมองมาจากมุมตึกร้านค้า เขารอจนกระทั่งกลุ่มคนไทยที่เห็นทยอยขึ้นรสบัสคันยาวไปลึกๆก่อน แล้วจึงแซงเบียดเข้ามากับฝูงชนเพื่อขึ้นรถเป็นคนสุดท้ายไปในคันเดียวกัน

rn

 

rn

rn

 

rn

                ลุงสารถีขับรถม้าพาฟลอเรียนและมาลินีมาส่งที่ลานหินสองชั้นหน้าโดมผีเสื้อ พวกเขาต้องเดินขึ้นบันไดไปนิดหน่อยเพราะรถม้าไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปวิ่งบนระดับชั้นสองของลานหินในเมือง ตัวอาคารสีขาวแบบโบราณตกแต่งด้วยรูปปั้นเทพธิดาและมาลัยดอกไม้ ส่วนตรงกลางสร้างดัดแปลงเป็นเรือนกระจกโค้งยาว แลเห็นต้นไม้เขียวชอุ่มด้านใน

rn

                หน้าซุ้มประตูมีป้ายชื่อโดมผีเสื้อชเม็ทเทอร์ลิ่งเฮ้าส์ เหนือขึ้นไปตรงจั่วรูปครึ่งวงกลมประดับด้วยกระจกสีเป็นลายผีเสื้อสีส้มตัวโต มาลินีหันมายังไม่ทันอ้าปากร้องขอ หนุ่มผมทองก็ถอยเท้าไปถ่ายรูปให้อย่างรู้งาน

rn

                “นี่ตั๋วครับ” ฟลอเรียนหยิบตั๋วกระดาษเคลือบมันรูปผีเสื้อออกมาจากกระเป๋าสูทด้านใน ร่างบางขอบคุณแล้วรับไปดู ก็เห็นว่ามีติ๊กช่องจองกิจกรรมพิเศษไว้ด้วย เธอเงยหน้าอย่างแปลกใจ “ผมเคยได้ยินจากคุณหญิง ว่าคุณมาลินีชอบอ่านหนังสือและวาดรูป ผมเลยเลือกกิจกรรมวาดโปสการ์ดสีน้ำไว้น่ะครับ

rn

                สาวหมวยผู้รักศิลปะได้ยินแล้วกระดี๊กระด๊า รีบเป็นฝ่ายเดินนำชายหนุ่มเข้าไปตรงเคาน์เตอร์ตรวจตั๋วเพื่อถอดเสื้อโค้ตและฝากของ เธอกำลังคิดๆอยู่เหมือนกันว่าจะหาโปสการ์ดสวยๆสักใบส่งแทนความคิดถึงให้แด่พ่อแม่ แต่เห็นพวกโปสการ์ดรูปถ่ายที่ขายกันดาษดื่นตามร้านพวงกุญแจข้างทาง เธอก็ยังไม่เจอที่พิเศษน่าซื้อเท่าไร เซอร์ไพรส์ครั้งนี้ของฟลอเรียนจึงถูกใจนัก

rn

                “ว้าว!

rn

                ทันทีที่ทั้งสองเดินผ่านม่านประตูสองชั้นเข้าไป โลกแห่งสีสันตระการตาก็ระเบิดออกอยู่ตรงหน้า ละอองน้ำเป็นฝอยๆพ่นออกมาตามมุมต่างๆ และผีเสื้อนับร้อยกระพือปีกบินอยู่ทั่วไปตามพรรณบุปผาสีสดใส ที่นี่ราวกับเป็นมิติลับที่แยกขาดจากกรุงเวียนนาเยือกเย็นสีซีดจางภายนอก

rn

                มาลินีเอ่ยอย่างทึ่งๆ ขณะสูดอากาศอุ่นชื้นคุ้นเคยเข้าปอด “อย่างกับอยู่ในประเทศไทยเลยนะคะเนี่ย ดูสิคะ มีต้นปีบ ยี่เข่ง แล้วก็ชมนาดด้วย ไม่น่าเชื่อเลยว่าปลูกที่นี่ได้งามขนาดนี้”

rn

                “เห็นไหมล่ะครับ ผมบอกแล้วว่าเป็นกรีนเฮ้าส์จำลองเขตร้อนให้ผีเสื้อได้จริงๆ” ฟลอเรียนพูด ขณะเดินตามมาลินีไปยังดูมุมให้ความรู้ จริงอย่างเขาว่า ผีเสื้อที่นี่มีทั้งที่นำเข้ามาจากคอสตาริก้า ฟิลิปปินส์ และไทย ภูมิอากาศและมวลไม้ต่างๆจึงต้องทำให้เหมือนสภาพธรรมชาติของประเทศดั้งเดิมมากที่สุด เพื่อถนอมผีเสื้อให้มีความสุขและวางไข่ขยายพันธุ์ “เดี๋ยวค่อยมาอ่านนะครับ คุณมาลินี ไปวาดโปสการ์ดกันก่อน”

rn

                ทางเดินปูแผ่นศิลาลาดนำพวกเขาข้ามสะพานเหนือพงเฟิร์น ลอดอุโมงค์กล้วยไม้ จนในที่สุดก็มาถึงมุมเล็กๆที่มีโต๊ะใหญ่สำหรับทำกิจกรรมสีน้ำ มีพ่อแม่ลูกครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว แต่ดูเหมือนจะใช้มือจุ่มสีแปะเล่นบนโปสการ์ดมากกว่าจะใช้พู่กัน มาลินียิ้มให้เด็กน้อยผมน้ำตาลที่หัวเราะเอิ๊กอ๊าก

rn

                “อ้อ มากันแล้วหรือคะ สวัสดีค่ะ เชิญนั่งเลยๆ” ครูผู้ดูแลผมหยิกยาวลูกครึ่งแอฟริกันกล่าวต้อนรับพวกเขาด้วยน้ำเสียงกระฉับกระเฉง เธอสวมเดรสโบฮีเมียนสีน้ำตาลยาวพลิ้วและผูกผ้ากันเปื้อนสีดำทับไว้ ฟลอเรียนและมาลินีจับมือเธอก่อนจะหยิบผ้ากันเปื้อนที่พาดบนพนักเก้าอี้ของตนมาสวม

rn

                สีน้ำที่ใช้วาดโปสการ์ดของโดมผีเสื้อนั้นทำมาจากต้นไม้ดอกไม้นานาชนิด ครูผู้ดูแลเปิดแผ่นเมนูสีของโครงการให้พวกเขาเลือก

rn

                “อยากทำสีอะไรดีคะ บนโต๊ะมีสีเหลือง แดง ส้ม และเมื่อกี้นี้ก็มีคนเก่งทำสีเขียวและน้ำเงินไปแล้ว” เธอพยักเพยิดไปยังเด็กชายน้ำตาลที่นั่งแต้มโปสการ์ดด้วยปลายนิ้วอยู่กับพ่อแม่ ดูเหมือนน้องจะต้องการวาดสาหร่ายทะเลและปลาหมึก

rn

                มาลินียิ้ม งั้นฉันขอสีชมพูก็แล้วกันค่ะ

rn

                มาลินีเลือกสีชมพูสด เพราะกะจะวาดหัวใจน่ารักๆส่งให้พ่อแม่สักหน่อย ครูผู้ดูแลจึงเลือกบีทรูทมาให้ ฟลอเรียนรับหน้าที่หั่นหัวบีทรูทเป็นแว่นๆใส่ในเครื่องปั่น จากนั้นก็กรองกากออกมาให้เหลือแต่น้ำสีหวาน พวกเขาตั้งหม้อเล็กบนไฟอ่อนๆก่อนจะเทน้ำสีนั้นลงไปเพื่อให้สีเข้มชัดยิ่งขึ้น

rn

                “นี่แป้งสาลีค่ะ เติมลงไปสักนิดหนึ่ง สีจะได้ข้นขึ้นหน่อยและติดทนค่ะ” ครูสาวแนะนำ มาลินีเติมแป้งและนั่งคนอย่างใจเย็นเพื่อให้เนื้อสีเนียน

rn

                “คุณตั้งใจจะส่งโปสการ์ดให้ใครครับ”

rn

                ฟลอเรียนถามขณะเลือกวัดขนาดกระดาษทำโปสการ์ดอยู่ข้างๆเธอ ในเมนูมีอัดลายหลายเนื้อหลายสี รวมทั้งมีแบบอบหอม ครูผู้ดูแลชี้ให้ดูหน้าคอลเล็กชั่นแสตมป์เฉพาะของโดมผีเสื้อชเม็ทเทอร์ลิ่ง ซึ่งเป็นลายผีเสื้อพันธุ์แปลกหายากต่างๆ มีทั้งแบบพิมพ์สีธรรมดา และแบบที่ฉลุลายติดคริสตัลชวารอฟสกี้

rn

                “ให้คุณพ่อคุณแม่สิคะ ถึงยุคนี้แล้ว พวกท่านก็ยังชอบอ่านจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ ท่านว่ามันให้อารมณ์ต่างจากเล่นไลน์” เธอถามเขากลับ “คุณล่ะคะ ส่งให้ใคร”

rn

                ฟลอเรียนหัวเราะเบาๆ เลือกกระดาษสีน้ำตาล “ผมกำลังคิดว่าจะส่งให้หลานสาว ลูกของลูกพี่ลูกน้องผมน่ะครับ เธอเรียนประถมอยู่ที่เบรเกนส์” เขาหมายถึงเมืองในภาคตะวันตกสุดของออสเตรียที่ติดกับเยอรมนี

rn

                “โอ้ อยู่ไกลจัง... คุณมีญาติอยู่ที่นั่นด้วยหรือคะ” มาลินีออกจะแปลกใจนิดหน่อย เท่าที่พอได้ยินเมาท์ๆกันมา ตระกูลมุนเซอร์เป็นตระกูลเก่าของเวียนนา ไม่เห็นน่าจะมีใครอยู่แถวชายแดน

rn

                “เปล่าครับ มิชาเอลล่า... หลานผมน่ะครับ ถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำที่นั่น เป็นโรงเรียนดนตรีแจ๊สที่ดีที่สุดในออสเตรีย เพราะว่าเธอเก่งแซ็กโซโฟน เวลางานเลี้ยงรวมญาติ เธอจะมาเล่นเพลงใหม่ๆให้ฟังทุกที แล้วก็มาอ้อนผมให้พาไปซื้อตุ๊กตาเป็นรางวัล”

rn

                “ฟังแล้วฉันว่าคุณคงเป็นอาที่ตามใจหลานน่าดู”

rn

                “คงงั้นมั้งครับ ผมคิดว่าโรงเรียนประจำมันก็เข้มงวดมากพออยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่ง นางฟ้าตัวน้อยๆอยู่อ้อนเราไม่เท่าไรหรอก อีกหน่อยก็โตเป็นสาว ไปอ้อนแฟนตัวเองแทนแล้ว ดังนั้นในขณะนี้ที่เขายังขอเล่นแต่งตัวตุ๊กตา ผมไม่ขัดหรอกครับ” ฟลอเรียนเอ่ยกลั้วหัวเราะ “แล้วคุณมาลินีล่ะมีหลานไหมครับ

rn

                “ก็มีอยู่สองสามคนค่ะ แต่ไม่สนิทด้วย พ่อแม่ฉันแต่งงานแล้วก็แยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่ ส่วนตัวฉันก็ย้ายออกมาอยู่คอนโดตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย แทบไม่ได้เจอญาติๆเลยสักคน งานที่หอศิลป์ก็ยุ่งมากแถมวันหยุดไม่ตรงกับใคร” เรื่องนี้ฟลอเรียนพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจกันดี เพราะงานสายพิพิธภัณฑ์และบริการที่ไหนๆก็ล้วนแต่หนักในวันหยุดสุดสัปดาห์และนักขัตฤกษ์ ดังนั้นคนวงการนี้จะได้นัดเจอญาติหรือเพื่อนๆนั้นแสนยาก

rn

                “ครอบครัวผมก็บ่นเหมือนกัน ว่านอกจากอีสเตอร์กับคริสต์มาส ผมไม่เคยโผล่หน้าไปเลย”

rn

                ทั้งสองช่วยกันเทน้ำสีลงพักในถ้วย จากนั้นก็หันไปตัดกระดาษทำโปสการ์ด มาลินีเลือกกรรไกรซิกแซกโค้งที่ตัดกระดาษออกมาเป็นขอบหยัก แล้วลงมือตัดให้พวกเขาทั้งคู่ ครูผู้ดูแลเลื่อนจานสีกับพู่กันมาให้ทั้งสองชุดใหญ่

rn

                “วาดเสร็จแล้วพักแห้งที่ถาดด้านนี้ แล้วเราจะเคลือบกันน้ำให้นะคะ”

rn

                ในแผ่นเมนูมีลายสำเร็จรูปมากมายสำหรับคนที่นึกไม่ออกว่าจะวาดอะไร หรือเขียนร่างภาพไม่เก่ง ส่วนใหญ่เป็นภาพแมลงและดอกไม้ ฟลอเรียนนั่งพลิกไปพลิกมาอยู่สักพัก ก็เลือกภาพผีเสื้อกำลังไต่ออกจากดักแด้มาลอกลายตามบนโปสการ์ดของตัวเอง ส่วนมาลินีไม่อยากเลียนแบบใคร จึงตัดสินใจลองย้อนนึกถึงสิ่งต่างๆที่ตนได้เห็นมาในเวียนนาวันนี้ แล้วค่อยๆร่างลงกระดาษ

rn

                ฟลอเรียนแอบเอนตัวมาใกล้ “โอ้โห นกพิราบ...ข้างหลังนั่นคือโมสาร์ทสินะครับ”

rn

                ไม่แน่ชัดว่าอะไรดลใจ มาลินีวาดรูปนกพิราบสองตัวอยู่บนพื้นหญ้าที่มีน้ำแข็งจับ มีแบคกราวน์ไกลๆเป็นอนุสาวรีย์โมสาร์ทอยู่มุมหนึ่ง และขอบโปสการ์ดมีรูปหัวใจกับดอกไม้เรียงสลับกันกระจุ๋มกระจิ๋ม เธอพยักหน้า

rn

                “ค่ะ วันนี้ฉัน...คิดถึงวัยเด็กที่พ่อแม่ชอบเปิดเพลงโมสาร์ทให้ฟัง”

rn

                ร่างบางอ้อมแอ้ม ก็ไม่ได้โกหกเสียทีเดียว แต่จะบอกได้ยังไงว่าเธออินเลิฟขนาดวาดนกเขาคู่รัก ภาพนี้จะเป็นความลับของเธอคนเดียวตลอดไป

rn

                ปลายพู่กันแหลมแตะลงบนเนื้อกระดาษขาวสะอาดที่มาลินีเลือก เธอไล่สีพื้นหญ้าและท้องฟ้าด้วยเฉดอ่อนๆอย่างใจเย็น กลิ่นอบหอมของกระดาษผสมกับกลิ่นพืชต่างๆในสีน้ำให้ความรู้สึกสดชื่นอ่อนหวาน ในขณะที่สีของฟลอเรียนลงหนักทีละช่อง เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยด้วยพื้นกระดาษสีน้ำตาล ดูเท่ไปอีกแบบคล้ายกับเป็นภาพวาดเก่าสไตล์วินเทจ ชายหนุ่มใช้ปากกาหมึกดำตัดเส้นคมชัด

rn

                หลังจากวาดรูปกันเสร็จ ฟลอเรียนกับมาลินีก็บรรจงวางโปสการ์ดบนตะแกรงผึ่ง เพื่อรอให้แห้งสนิทก่อนจะเข้าเครื่องเคลือบมัน พวกเขาไปเดินเล่นดูผีเสื้อในสวนด้วยกันและอ่านตามป้ายต่างๆ มาลินีถ่ายรูปผีเสื้อที่บินมารุมเกาะกินน้ำตาลจากถุงอาหารกลมซึ่งแขวนไว้เป็นระยะ ไม่นานเลยพวกผีเสื้อก็คุ้นเคยจนมาเกาะมือและเรือนผมของเธอ

rn

                “อ๊ะ!” ร่างบางสะดุ้งนิดหนึ่งเมื่อปีกผีเสื้อสะบัดผ่านผิว เจ้าผีเสื้อสีฟ้าตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ไหล่ขาวช่วงที่ต่อกับคอ เรียกเพื่อนๆของมันตามมาเกาะด้วยทันที ชุดเดรสของเธอสีสดใส แถมยังมีกลิ่นน้ำหอมเกสรบัวพรมฟุ้ง มีหรือแมลงต่างๆ...รวมทั้งชายหนุ่มข้างๆ จะไม่อยากเข้ามาชิดใกล้ “อื๊อ จั๊กจี้!

rn

                ฟลอเรียนหัวเราะร่วน “ผมขอถ่ายรูปนะครับ”

rn

                “ไม่ต้องเลย รีบเอาออกให้ฉันสิคะ” มาลินีเขย่าตัวเมื่อพวกผีเสื้อเริ่มไต่เดินไปยังซอกคอนวล หมายจะสำรวจจุดชีพจรบริเวณที่เธอแต้มน้ำหอม พวกมันหุบกางปีกสลับกันไปมาช้าๆราวกับเจอที่พักผ่อน เธออยากยกมือปัดอยู่หรอก แต่มองไม่เห็นก็ไม่ค่อยกล้า เพราะกลัวว่าจะทำอันตรายแก่เจ้าแมลงแสนสวยพันธุ์หายาก อนิจจาเขย่าเท่าไรมันก็ไม่ยอมไป “คุณฟลอเรียน! บอกว่าไม่ต้องถ่ายไงคะ”

rn

                มือบางค่อยๆยกขึ้นมา ต้องการจะปัดผีเสื้อออกเองอย่างงอนๆ ฟลอเรียนรีบคว้ามือเธอไว้

rn

                “ขอโทษครับ ผมจะเอาออกให้แล้ว” มือบางเย็นกว่ามือใหญ่ของเขา ชายหนุ่มค่อยๆปล่อย ก่อนจะก้มหน้าลงแตะปลายปีกผีเสื้อแต่ละตัวเบาๆเพื่อไล่ให้พวกมันบินไป เขาหัวเราะเล็กน้อย เป็นเสียงหัวเราะเบาๆแบบที่มาลินีชอบฟัง “ผมว่าผีเสื้อพวกนี้เชื่องไปหน่อยแล้วสิ ไม่กลัวคนเลย ไล่ยังไม่ค่อยไป”

rn

                ปีกสีฟ้าสดของผีเสื้อแต่ละตัวที่ค่อยๆกระพือหายไป เปิดเผยเนื้ออ่อนที่พ้นชุดเดรสตัวสวยตรงปลายนิ้วของชายหนุ่มมากขึ้นๆ ฟลอเรียนขยับมือไล่จากไหล่ของเธอใกล้ซอกคอเข้าไปทุกที ลำคอของเขาเริ่มแห้งผาก

rn

                จนผีเสื้อตัวสุดท้ายบนแอ่งชีพจรที่เต้นเร่าเห็นอยู่ใต้ผิวใสของมาลินีบินออกไป ฟลอเรียนก็รู้สึกว่าตัวตนบุรุษเพศแกร่งร้อนด้วยความปรารถนา เขากระหายใคร่จะกอดรัดร่างบางเข้ามาแนบอก ก้มลงเลียไล้ขบกัดลำคอของเธอ รุนดันเธอไปจนติดกับต้นไม้ไม่ให้มีทางหนี

rn

                ให้ตายเถอะ เขามันต่ำ... ใครต่อใครเรียกเขาเป็นสุภาพบุรุษมุนเซอร์ แต่เขามันก็แค่สัตว์ตัวหนึ่ง

rn

                “คุณฟลอเรียน?”

rn

                มาลินีกระซิบแผ่วเบา สบดวงตาสีฟ้าของเขาที่ก้มลงมองแล้วพบกับอารมณ์สวาทรัญจวนฉายอยู่ในนั้น สีของท้องฟ้าใสสะอาดในดวงตาของเขาคล้ายจะเข้มขึ้น กลายเป็นสีของแม่น้ำเชี่ยวกรากที่ดูนิ่งแต่ไหลลึก มันทำให้เธอหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ คิ้วคมและริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มผู้หล่อเหลาเมื่ออยู่ในระยะใกล้ชวนให้สัมผัส ไอร้อนถูกสูบฉีดไหลไปตามเส้นเลือดในร่างจนไปสุมรวมกันที่กลางกาย เต้นตุบพาให้สะดุ้ง ความปลาบปลื้มแบบรุ่นน้องชอบรุ่นพี่ผันแปรไปเป็นความเสน่หาอย่างรวดเร็วจนเธอกลัวตัวเอง

rn

                อย่า... อย่าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ เขามีอิทธิพลกับเธอมากเกินไป เธอควรจะถอยหนีได้แล้ว

rn

                กระนั้นขาเรียวกลับดื้อด้าน ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเหมือนถูกแช่แข็ง ทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ท่ามกลางความสงบของผีเสื้อและแมกไม้ นัยน์ตาคู่สวยเบลอไป เห็นแต่ดวงตาสีฟ้าเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นๆ และมือของเขาก็แตะลงมาแนบประคองที่ข้างลำคอของเธอ ปลายนิ้วชี้ของชายหนุ่มสัมผัสกับตุ้มหูรูปดอกไม้ขาวและเส้นผมเรียบลื่น

rn

                กริ๊งๆ!

rn

                เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของมาลินีปลุกให้ทั้งสองแยกห่างจากกัน มาลินีรีบเปิดกระเป๋าถือควานหาโทรศัพท์ด้วยมือสั่นๆขณะที่แก้มร้อนฉ่า ยังไม่ทันเจอ โทรศัพท์มือถือของฟลอเรียนก็สั่นวืดๆขึ้นมาในกระเป๋ากางเกงเหมือนกัน ทั้งคู่รับสายแทบจะพร้อมกัน

rn

                “อะไรนะคะคุณหญิง!” มาลินีพูดเสียงดัง ตาโตขณะรีบยกมือขึ้นปิดปาก

rn

                ฟลอเรียนเองเมื่อฟังคนในสายพูดแล้วก็สีหน้าเคร่งเครียด หันไปมองหน้ากับมาลินี

rn

                “ซิกฟรีด... นี่คุณกำลังจะบอกว่า...”

rn

                “ทิชาถูกลักพาตัวไปงั้นหรือคะ!!?

rn
rn
 



ตอนก่อนหน้า

กลับไปหน้าหลักของบทความ

ตอนถัดไป


โหวต : 1 คะแนน    2 คะแนน    3 คะแนน    4 คะแนน    5 คะแนน   
ล๊อคอินเพื่อแสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเเห็นแบบไม่ล๊อคอิน
ID :      
Password :      
     
เนื่องจากขณะนี้ทางเว็บไซต์ได้พบกับผู้ไม่ประสงค์ดี เข้ามาทำการก่อกวน
ทางเว็บไซต์จึงจำเป็นจะต้องสงวนสิทธิ์สำหรับสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กติกาในการใช้เว็บ
นิยายหรือบทความที่ปรากฏในเว็บไซต์ www.lightoflovenovel.com เป็นข้อความที่ถูกโพสต์ขึ้นบนหน้าเว็บไซต์โดยบุคคลทั่วไป ซึ่งเว็บไซต์ www.lightoflovenovel.com ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใดๆ กับการกระทำนั้นๆ หากท่านพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสมปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ สามารถอีเมล์มาแจ้งได้ที่ [email protected] เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการต่อไป

ความคิดเห็นจากผู้อ่าน


กรุณาแสดงความคิดเห็น
เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน



หน้าแรก      สินค้า      อ่านนิยาย      กิจกรรม/ข่าวสาร      เว็บบอร์ด      ติดต่อเรา
Copyright © 2017. All right reserved.

Design by Seomodern