ขุนศึกเสน่หา อาณาจักรรัก (18+)-บทที่ 9










EP: 1 ช้ำรัก 3 ( เมียไร้รัก ) ( R-mustang ) [ 2018-02-18 ]
ตอนที่ 6 Young and Beautiful ( กุหลาบในแดนเถื่อน ) ( กาญจนิการ์ ) [ 2018-02-18 ]
EP: 1 ช้ำรัก 2 ( เมียไร้รัก ) ( R-mustang ) [ 2018-02-17 ]
บทที่ 1 ช้ำรัก ( เมียไร้รัก ) ( R-mustang ) [ 2018-02-15 ]
ตอนที่ 4 l05l ( พ่ายรักตรวนราคี ) ( R-mustang ) [ 2018-02-15 ]
พบรัก ห้า 2 ( พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2018-02-14 ]
ขอรักครั้งที่ สิบหก 3 ( ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2018-02-14 ]
บทที่ ๒/๑ เขตกักกันตัว ( ทะเบียนรักมาเฟีย ) ( โรสควอตซ์ ) [ 2018-02-14 ]
บทที่ 19 ( เสน่หามายาไฟ (18+) ) ( พิริตา ) [ 2018-02-14 ]
บทที่ 15 ( ขุนศึกเสน่หา อาณาจักรรัก (18+) ) ( อเมทริน ) [ 2018-02-14 ]


วันนี้ 636
เมื่อวานนี้ 989
เดือนนี้ 19,163
เดือนที่แล้ว 33,633
ปีนี้ 52,796
ปีที่แล้ว 368,343
รวมทั้งหมด 7,723,318

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน

URL สำหรับอ่านหน้านี้

Code สำหรับนำไปแปะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
ชื่อผู้ส่ง

E-Mail


Share on Facebook
ขุนศึกเสน่หา อาณาจักรรัก (18+) : บทที่ 9
ผู้แต่ง : อเมทริน
ลงเมื่อ : 2018-01-08 [ 10:38:37 ]
อ่านทั้งหมด : 108
คอมเมนท์ทั้งหมด : 0
คะแนนโหวตทั้งหมด :

rn

rn

บทที่ 9

rn

rn

rn

rn

** **

rn

rn

หญิงสาวยกแก้วน้ำที่ทำจากเงินขึ้นดื่ม หลังทานอาหารเสร็จ จากนั้นเธอก็เอาแต่นั่งนิ่งๆ ไม่ยอมสบตาคนที่นั่งตรงข้ามสักนิด

rn

“เจ้าควรจะทานให้เยอะกว่านี้ หรืออาหารที่นี่ไม่ถูกปากเหมือนที่

rn

ลีโวดาร์คฯ ”

rn

“เปล่าค่ะ” บุษราคัมพยายามตอบให้สั้นที่สุด ชายหนุ่มจึงยกแก้วขึ้นมาดื่มน้ำบ้าง

rn

“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าอธิบายเรื่องที่ข้าข้องใจมาได้แล้ว อ้อ... อย่าลืม ข้าต้องการฟังความจริงเท่านั้น”

rn

“ท่านต้องการรู้เรื่องอะไรล่ะคะ ถ้าเรื่องที่ท่านโลเดรส เอ่อ... กอดฉันก็เพราะว่าเขาดีใจเท่านั้นเอง”

rn

“ดีใจ? ” ชายหนุ่มทวนคำเสียงสูง คิ้วขมวด

rn

“ใช่ค่ะ... คือว่าเขาได้รับข่าวดีบางอย่างก็เลยดีใจ”

rn

“อ้อ... ข่าวดีนั้นคงเพราะเจ้าเป็นคนบอก และคงเกี่ยวกับเจ้าสินะ เขาถึงดีใจมากขนาดนั้น”

rn

“ใช่ค่ะ... ฉันเป็นคนบอกเขา แต่ไม่เกี่ยวกับฉัน เกี่ยวกับท่าน

rn

เฮมารินต่างหากล่ะคะ” เขาหรี่ตามองเธอเหมือนไม่เชื่อ หญิงสาวจึงรีบยืนยัน “ท่านโลเดรสชอบท่านเฮมารินมาก หรือจะเรียกว่ารักเลยก็ว่าได้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีโอกาสได้แสดงออกหรือบอกท่านเฮมารินเลย”

rn

“งั้นหรือ? ” ซาร์โดนิกซ์พึมพำเบาๆ

rn

คิดไปถึงท่าทีของเจ้าหนุ่มผู้แสนจะรื่นเริงชาวซีเร็จแลนด์ คนนั้นอีกครั้ง แต่ทว่าไม่ใช่ในแง่ขุ่นขึ้งเหมือนเมื่อครู่แล้ว เพราะเรื่องที่หญิงสาวบอกมันพ้องกับความรู้สึกของเขาเอง

rn

ที่บางครั้งแอบเห็นสายตาที่โลเดรสมองญาติสนิทของเขามานาน มันมีทั้งแววบางอย่างที่ลึกซึ้ง ขณะเดียวกันก็ปะปนไปด้วยความหม่นเศร้า แต่เจ้าชายหนุ่มไม่แน่ใจ และไม่ได้ใส่ใจที่จะสังเกตมากไปกว่านั้น

rn

“เพราะอะไรเล่า เจ้าสนิทกับเขาถึงเพียงนี้เจ้าคงจะรู้เหตุผลดีนะ”

rn

“เพราะว่าท่านเฮมารินไม่เคยมองเขาเลยน่ะสิคะ และที่สำคัญที่ผ่านมาท่านโลเดรสคิดว่าท่านเฮมารินกับท่านเป็นคู่รักกัน” มาถึงตอนนี้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะเสียงดัง บุษราคัมทำหน้างอง้ำ

rn

“เหมือนกับที่เจ้าเข้าใจข้ากับเฮม่าร์ผิดเปี๊ยบเลย เจ้ากับเขาเป็นอะไรกันลึกซึ้งแค่ไหน”

rn

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรลึกซึ้งมากกว่าเพื่อนของท่านโลเดรสหรอกนะคะ เขาให้ฉันเป็นเพื่อนรัก เพื่อนสนิทอะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ” บุษราคัมรีบอธิบายเพราะกลัวเขาจะเข้าใจผิดมากไปกว่านี้ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มขำ

rn

“มิน่าเล่า เจ้ากับโลเดรสถึงได้คิดอะไรที่เพี้ยนคล้ายๆ กัน ถ้าข้าเดาไม่ผิดเจ้าคงพึ่งบอกเขาว่าเฮม่าร์กับข้าเป็นญาติกันใช่ไหม เขาจึงดีใจจนฟ้าเกือบถล่มทลายเยี่ยงนั้น”

rn

“ใช่ค่ะ... ทีนี้ท่านคงหมดข้อสงสัยแล้วใช่ไหมคะ ฉันจะไปนอนแล้ว”

rn

“เดี๋ยว... เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าง่ายๆ อย่างนั้นหรือ? ”

rn

“เอ๊ะ! แล้วท่านจะให้ฉันทำยังไงอีกล่ะคะ ฉันก็พูดความจริงไปหมดแล้ว” บุษราคัมแหวขึ้น แต่ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน และค่อยๆ สาวเท้ามาใกล้ร่างบางที่เริ่มตาวาวขึ้นมาอย่างสุดจะห้าม

rn

“ก็แล้วแต่ว่าเจ้าจะทำอย่างไร ข้าไม่มีวันเชื่อเจ้าได้สนิทใจจนกว่าข้าจะเห็นว่าโลเดรสกับเฮม่าร์ลงเอยกันด้วยดี ไม่เช่นนั้นข้าจะถือว่าสิ่งที่เจ้าพูดมาทั้งหมดเป็นการโกหก”

rn

“นี่ท่าน... ท่านมัน... ” บุษราคัมลุกขึ้นบ้างด้วยท่าทางเอาเรื่อง

rn

“เจ้ากำลังจะออกฤทธิ์กับข้าอีกแล้วสินะ ดี... ถ้าเช่นนั้นก็มานี่เลย” ซาร์โดนิกซ์ตวัดร่างบางขึ้นมาอุ้มในทันที

rn

“ว้าย! ปล่อยนะ ท่านซาร์โดนิกซ์คนบ้า ปละ ปล่อย... ”

rn

เขาอุ้มหญิงสาวมายังเตียงและวางเธอลง ก่อนที่ร่างใหญ่นั้นจะล้มตัวตามลงมา แขนของเขาก็รวบเอาร่างบางมากอด บุษราคัมดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่งนั้น

rn

“ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปนอนที่ของฉัน”

rn

“เจ้าก็นอนอยู่ในที่ของเจ้าแล้วอย่างไรเล่า และต่อไปนี้เจ้าจะต้องนอนกับข้าบนเตียงนี้ ห้ามไปนอนที่อื่นเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” เขาขู่หน้าตาจริงจัง

rn

“แต่ท่านไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันนะคะ ปล่อยค่ะ”

rn

“เจ้าพูดผิดไปแล้วล่ะ ตอนนี้ข้ามีสิทธิ์ของความเป็นสามีเจ้าเต็มที่ ถ้าเจ้าไม่แน่ใจจะเรียกใครมาถามก็ได้นะ แต่จะว่าไปข้าบอกเจ้าด้วยตัวเองจะง่ายกว่านะ”

rn

“อ๊ะ... อย่าค่ะ ท่านซาร์โดนิกซ์”

rn

“เช่นนั้นก็จงอยู่นิ่งๆ แล้วหลับได้แล้วถ้าเจ้าไม่อยากให้ข้า จัดการขั้นเด็ดขาด*!* กับเจ้า ข้าเหนื่อย... อยากพัก วันนี้ข้าต้องไปทำอะไรมาบ้างเจ้าคงไม่รู้ กลับมาข้าต้องมารบกับเจ้าซึ่งเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ปกติกับคนอื่นเจ้าก็ดูไม่มีพิษสงอะไร แต่กับข้าทำไมถึงขยันออกฤทธิ์นักนะ”

rn

เพียงเพราะน้ำเสียงตอนท้ายที่ฟังดูทั้งบ่นพ้อและอ่อนใจ จึงทำให้

rn

หญิงสาวหยุดดิ้นรน ที่สุดก็ทำใจอยู่นิ่งๆ ในอ้อมกอดของเขาจนกระทั่งหลับลงไปพร้อมกัน

rn

*-*-*-*-*-*

rn

โลเดรสเดินไปเดินมาราวกับหนูติดจั่น อยู่ที่หน้ากระโจมของ

rn

เฮมารินในตอนเย็นหลังเลิกงาน ซึ่งกว่าหญิงสาวจะกลับมาก็มืดมากแล้ว

rn

“ท่านเฮมารินขอรับ” ชายหนุ่มรีบก้าวเข้าไปหาในทันที เฮมารินชะงักเท้ามองมาอย่างแปลกใจ

rn

“มีอะไรกับข้าหรือ” และถามน้ำเสียงเรียบเฉย

rn

“ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่านน่ะขอรับ ขอเวลาข้าสักหน่อยได้ไหมขอรับ” หญิงสาวพยักหน้า

rn

“รีบหน่อยนะ ข้าเหนื่อยอยากพักผ่อน”

rn

“เอ่อ... ข้า... ข้า... ”

rn

“ข้าอะไร? จะพูดไหม? ถ้ายังเอ่ออ่าอยู่เช่นนี้ข้าคงต้องขอตัว”

rn

เฮมารินเสียงเข้มใส่อย่างรำคาญ

rn

“ดะ... เดี๋ยวขอรับท่านเฮมาริน” โลเดรสรีบคว้าข้อมือหญิงสาวไว้ด้วยความตกใจกลัวว่าเธอจะหนีเข้าที่พักไปเสียก่อน

rn

เฮมารินหยุดมองตามมือหนานั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง ปกติไม่มีใครกล้าถูกเนื้อต้องตัวเธอเช่นนี้ เพราะทุกคนที่นี่เป็นชาวบลูเลซฯ ต่างรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของหญิงสาวดีว่าสูงส่งเพียงใด แต่การที่ต้องปกปิดฐานะที่แท้จริงของเจ้าชาย เจ้าหญิงทั้งสองพระองค์จึงทำให้คนเมืองอื่นไม่รู้ความจริง รวมทั้งโลเดรสด้วย

rn

“ข้าขออภัยขอรับ ข้าแค่กลัวว่าท่านจะเดินหนีข้าไปเท่านั้นเอง” เขารีบปล่อยมือแล้วก้มหน้านิ่ง

rn

“ช่างเถอะ เจ้ามีอะไรก็ว่ามา”

rn

“ท่านเฮมารินข้าอยากบอกท่านว่า ข้า... ข้ารักท่าน” ถ้อยคำนั้นตรึงหญิงสาวให้ยืนอยู่กับที่ด้วยความตกใจอีกครั้ง “ข้ารักท่านตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟื้นขึ้นมาเจอท่าน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาข้าก็... ”

rn

“หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วโลเดรส พูดบ้าอะไรของเจ้า! ” เฮมารินตวาดขึ้นทันทีที่ได้สติ

rn

“ข้าพูดความจริงขอรับ ข้ารักท่าน... ” แต่ไม่ทันที่โลเดรสจะพูดจบ เฮมารินก็โพล่งขึ้น

rn

“เจ้าเลิกคิดไปได้เลย เพราะข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า เจ้าน่าจะรู้ตัวดีว่าข้าไม่เคยคิดอะไรกับเจ้าแม้แต่น้อย แล้วก็อย่ามาพูดเรื่องนี้กับข้าอีก อย่าให้ข้าต้องเกลียดเจ้า และเสียใจที่ได้ช่วยให้เจ้ามีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ อย่ามายุ่งกับข้าอีก! ” และแล้วร่างสูงโปร่งของหญิงสาวก็ก้าวเข้าไปในกระโจมที่พักอย่างรวดเร็ว

rn

ทิ้งชายหนุ่มชาวซีเร็จแลนด์ ให้นิ่งตะลึงไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจที่กระหน่ำทิ่มแทง นี่... เราทำสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วหรือนี่ โลเดรสถามตัวเอง หยาดน้ำตาคลอเอ่อแต่เขาทนกล้ำกลืนมันเอาไว้ สุดท้ายได้แต่เดินคอตกกลับที่พัก

rn

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว เจ้าหญิงเฮมารินก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง ความแข็งกร้าว ไม่แยแสที่แสดงออกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยน้ำตาแห่งความปวดปร่าที่เกิดขึ้นในใจ ทำไมหญิงสาวจะไม่รู้ว่าโลเดรสคิดอย่างไรกับเธอ แววตาท่าทางของเขาบอกได้ดีมาตลอด

rn

แต่เฮมารินพยายามไม่มอง ไม่สนใจ และแสดงออกเหมือนไม่ชอบเขาเต็มประดา เพราะกลัวว่าหัวใจตัวเองจะสั่นไหว แต่มาตอนนี้... คำบอกรักของชายหนุ่มเมื่อครู่ได้ทำลายกำแพงที่เธอสร้างไว้จนหมดสิ้น แต่เธอก็ไม่สามารถตอบรับความรักของเขาได้ ความรักแบบฉาบฉวยที่ผ่านมาหลายครั้งทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่ไว้วางใจ

rn

ในฐานะเจ้าหญิงแห่งบลูเลซ อาเกด อาจมีใครต่อใครพยายามเข้ามาหาเธอเพื่อผลประโยชน์มากกว่าความจริงใจ เฮมารินจึงหันหน้าเข้าหางาน ทำงานเพื่อบ้านเมือง แบ่งเบาภาระของพระบิดาและเจ้าชายรัชทายาทเสมอมา และในวันที่เธอบอกตัวเองว่าไม่ต้องการใคร โลเดรสกลับก้าวเข้ามา ด้วยวัยที่อ่อนกว่านั่นทำให้หญิงสาวหวั่นใจนัก

rn

สิ่งที่บอกเขาไปก็เพียงเพื่อต้องการหยุดทุกอย่าง แต่ในใจสิไม่เคยหยุดคิดถึงเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมาหมาดๆ นั้นไปได้เลย ป่านนี้ไม่รู้ว่า

rn

โลเดรสจะเป็นอย่างไร เธอทำร้ายความรู้สึกของเขามากขนาดไหน

rn

หญิงสาวรู้ดี นั่นก็ทำให้เฮมารินกลัดกลุ้มและโมโหตัวเองกับความรู้สึกที่จะรักก็หวั่นใจ แต่จะไม่ใส่ใจก็ทำไม่ได้เช่นนี้

rn

*-*-*-*-*-*

rn

ในกระโจมพยาบาล บุษราคัมสังเกตเห็นว่าเฮมารินค่อนข้างซึมไป รวมทั้งอารมณ์ไม่ค่อยดี แม้จะพยายามเก็บกดไว้ยามที่ต้องเจรจากับคนรอบข้าง แต่ตอนอยู่คนเดียวทำอะไรนิดหน่อยก็ดูหงุดหงิดไม่ก็ซึมเหม่อ ซึ่งปกติเฮมารินจะเป็นคนอารมณ์ดีในแบบของเธออยู่เสมอ โลเดรสเองก็ไม่ได้เข้าไปในกระโจมพยาบาลเลยโดยบอกเหตุผลว่าไม่สบาย

rn

“ท่านเฮมารินเป็นอะไรไปคะ ฉันเห็นท่านดูแปลกๆ ไปนะคะวันนี้” เมื่ออยู่กันตามลำพังบุษราคัมอดรนทนไม่ได้จึงถามขึ้น ด้วยความเป็นห่วง

rn

“ข้าหงุดหงิด เจ็บใจตัวเองน่ะแพซซี่ ที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเลย”

rn

“ถ้าอย่างนั้นให้ฉันช่วยไหมล่ะคะ”

rn

“เจ้าช่วยข้าไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องที่ข้าเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี”

rn

“เกี่ยวกับท่านโลเดรสหรือเปล่าคะ” บุษราคัมตัดสินใจถามออกไป

rn

“แพซซี่... นี่เจ้า” เฮมารินมองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

rn

“ท่านโลเดรสเคยระบายความรู้สึกที่มีต่อท่านกับฉันน่ะค่ะ ท่านไม่ชอบท่านโลเดรสหรอกเหรอคะ ท่านโลเดรสน่ะถึงจะเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องในการรักษาผู้ป่วย แต่ก็เป็นคนฉลาดมากนะคะ มีความรู้ความชำนาญในเรื่องเวชภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งมีความรู้รอบด้านด้วย ฉันเองยังทึ่งเขาอยู่บ่อยๆ เลยค่ะ”

rn

“อย่างนั้นหรือ? แล้วเจ้ามาบอกข้าทำไมแพซซี่”

rn

“อ้าว... ฉันก็นึกว่าท่านโลเดรสมาสารภาพรักกับท่านแล้ว ไม่ใช่หรอกเหรอคะ” คำถามนั้นทำให้เฮมารินนิ่งไป ใบหน้าขาวเนียนนั้นมีแววหม่นหมองอยู่ไม่น้อย

rn

“มันเป็นไปไม่ได้หรอกแพซซี่” ถ้อยคำและน้ำเสียงเศร้าๆ นั้นทำให้บุษราคัมแปลกใจ

rn

“ทำไมล่ะคะ ท่านโลเดรสทำทุกอย่างก็เพื่อได้ใกล้ชิดท่านนะคะ ถึงรู้ตัวว่าเป็นหมอที่ดีไม่ได้ก็ยังเลือกที่จะอยู่กองพยาบาลเพื่อจะได้ใกล้ชิดท่าน ก่อนหน้านี้ที่เข้าใจว่าท่านกับท่านแม่ทัพเป็นคู่รักกันก็ยังไม่เคยคิดตัดใจยังคงอยู่ข้างหลังท่านตลอด แม้จะรู้ว่าท่านไม่เคยมอง เขาขอแค่ได้ตายอยู่ใกล้ท่านก็ยังดีค่ะ ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจในความรักของท่านโลเดรสที่มีต่อท่านมากเลยนะคะ”

rn

“ข้ากับเขาอายุต่างกันนะแพซซี่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะจริงจังกับข้าขนาดนั้น ข้าเคยมีคนรักและผิดหวังมาหลายครั้ง ข้าเลยกลัว” เจ้าหญิงแห่งบลูเลซฯ สารภาพถึงความรู้สึกที่แท้จริง

rn

“แต่ท่านโลเดรสรักท่านมากเกินกว่าจะทำให้ท่านเสียใจแน่นอนค่ะ”

rn

“หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็ไม่อยากเห็นแก่ตัวที่จะดึงเขามาอยู่กับข้า เจ้ารู้ไหมว่าที่ดินแดนของเราหากคู่ไหนแต่งงานกันแล้วก็จะไม่สามารถเปลี่ยนใจได้ จะต้องใช้ชีวิตร่วมกันจนวันตาย หากคนไหนเปลี่ยนใจชีวิตก็จะมีอันเป็นไปเหมือนต้องคำสาป เพราะทั้งคู่จะต้องปฏิญาณตนต่อกันผ่านมงกุฎอย่างเจ้ากับซาร์โดนิกซ์ที่ผ่านมาอย่างไรล่ะ”

rn

“มงกุฎดอกไม้นั่นเหรอคะ”

rn

“ที่จริงหนุ่มสาวชาวบลูเลซฯ ทุกคนจะมีมงกุฎประจำตัวที่ตระกูลทำไว้ให้เพื่อใช้ในงานแต่งเมื่อโตขึ้น แต่งานแต่งของเจ้ากับซาร์โดนิกซ์จะกลับไปเอาก็คงไม่ทัน เราจึงใช้มงกุฎดอกไม้แทน”

rn

“อย่างนั้นหรอกเหรอคะ แล้วท่านปฏิเสธท่านโลเดรสไปเหรอคะ ป่านนี้เขาไม่เสียใจแย่เหรอคะ”

rn

“ข้าทำได้แค่นี้แหล่ะแพซซี่ เจ้าอย่ากังวลแทนข้าเลยน่า เอาเวลาไปดูแลซาร์โดนิกซ์เถอะเจ้าน่ะ” เฮมารินหัวเราะในท้ายประโยค แต่ก็ฟังดูแปลกแปร่งเหลือเกินในความรู้สึกของบุษราคัม

rn

*-*-*-*-*-*

rn

จากนั้นบุษราคัมก็มาตามหาโลเดรสยังกระโจมที่พักของเขา เธอเรียกอยู่ด้านนอกสักครู่ชายหนุ่มจึงออกมา ในสภาพอิดโรยหน้าตายับยู่ยี่

rn

“ตายจริงท่านโลเดรส! นี่ท่านไม่สบายจริงๆ เหรอคะ” หญิงสาวถามด้วยความตกใจ

rn

“ข้าไม่เป็นไรมากหรอกแพซซี่ เจ้ามีอะไรกับข้าหรือเปล่าล่ะ”

rn

โลเดรสโบกมือปฏิเสธและถามอยู่ในที

rn

“เรื่องของท่านเฮมารินกับท่านน่ะค่ะ ฉันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

rn

แม้จะมีสภาพที่ย่ำแย่ แต่โลเดรสก็เล่าให้บุษราคัมฟังถึงความผิดหวังที่เขาบอกรักสาวรุ่นพี่เมื่อคืน ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากโลเดรสผู้รื่นเริงอารมณ์ดีอยู่เสมอ

rn

 “แล้วท่านจะถอดใจง่ายๆ อย่างนี้เหรอคะ”

rn

“เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรล่ะแพซซี่ นางไม่ต้องการข้านั่นล่ะที่สำคัญ ข้าก็คงถอยออกมายืนอยู่ในที่ของข้าต่อไปก็แค่นั้น ข้าเองก็รู้ตัวนะแพซซี่ว่าไม่คู่ควรกับนาง ข้าไม่ใช่คนกล้าหาญสมชายชาตรีแบบท่านแม่ทัพ แต่ข้าก็ยังรักนางแม้นางจะไม่เห็นคุณค่าความรักของข้า แต่ตอนนี้ข้าแค่เสียใจ

rn

แพซซี่ เพราะข้าฝันหวานมานานถึงวันที่จะได้บอกรักนาง ข้าแค่เสียใจผิดหวังเท่านั้นเอง” บุษราคัมรู้สึกสงสารและเห็นใจนัก เมื่อเห็นท่าทางที่เศร้าไม่ยอมสร่างของโลเดรส

rn

“ที่จริงท่านเฮมารินไม่ได้รังเกียจท่านขนาดนั้นหรอกนะคะ เพียงแต่ว่า... ท่านเฮมารินคิดว่าเธอไม่คู่ควรกับท่านเพราะอายุที่มากกว่า และเธอก็ไม่เชื่อว่าท่านจะมารักคนที่แก่กว่าจริงๆ เท่านั้นเองน่ะค่ะ”

rn

“นางบอกเจ้าเช่นนั้นรึ” นั่นทำให้ชายหนุ่มผู้รื่นเริงหันมามองบุษราคัมด้วยดวงตามีความหวังขึ้น

rn

“ค่ะ ท่านจะไม่ลองดูอีกทีเหรอคะ อย่าพึ่งถอดใจง่ายๆ สิคะ ความรักของท่านพึ่งได้แสดงตัวเองไปไม่นานท่านจะพับเก็บมันแล้วเหรอคะ” บุษราคัมพยายามปลุกปลอบความหวัง และกำลังใจของชายหนุ่มให้กลับคืนมา

rn

“ข้าขอคิดดูก่อนได้ไหม” แต่โลเดรสยังลังเลเล็กน้อย เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาทำให้เขานึกหวั่นๆ

rn

“ไม่เห็นต้องคิดเลย ในเมื่อท่านรักท่านเฮมารินขนาดนี้ก็แสดงความรักของท่านต่อไปสิคะให้ท่านเฮมารินรู้ว่าท่านรักเธอจริงแค่ไหน ท่านต้องทำให้ได้นะคะ ฉันเอาใจช่วยท่านเต็มที่มีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้เลยนะคะ”

rn

“ขอบใจเจ้ามากนะ อา... ว่าแต่ทำไมเจ้าสนับสนุนข้าสุดตัวอย่างนี้ล่ะแพซซี่ มันน่าสงสัยนะ” ตอนท้ายโลเดรสจ้องมองบุษราคัมราวกับสงสัยเสียเต็มประดา

rn

“อ๊ะ... เปล่านะคะ ฉันก็แค่อยากให้ท่านสมหวัง ความรักของท่านยิ่งใหญ่จนฉันรู้สึกซาบซึ้ง แล้วก็... ” หญิงสาวตอบตะกุกตะกักพลางหลบสายตาของชายหนุ่มตรงหน้าพัลวัน

rn

“พูดความจริงมาดีกว่าแพซซี่ เจ้าโกหกไม่แนบเนียนเอาเสียเลย” โลเดรสส่ายหน้ารอยยิ้มพราวอย่างรู้ทัน

rn

“ท่านโลเดรส ก็... คือว่า... ” แล้วหญิงสาวก็จำใจต้องสารภาพความจริงที่ถูกซาร์โดนิกซ์คาดโทษเอาไว้ เล่นเอาโลเดรสหัวเราะก๊าก

rn

“โถ... ที่แท้ก็กลัวท่านแม่ทัพลงโทษนี่เองท่านหญิงแพซซี่”

rn

“ไม่ตลกนะคะท่านโลเดรส เพราะท่านนั่นแหล่ะที่ทำให้ฉันตกที่นั่งลำบาก อีตาแม่ทัพนั่นไม่ฆ่าฉันก็บุญแล้ว” นั่นทำให้โลเดรสยิ่งหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล

rn

“ข้าขอโทษนะแพซซี่ ตอนนั้นข้ามัวแต่ดีใจเรื่องท่านเฮมารินก็เลยไม่ได้อยู่อธิบาย แล้วข้าก็นึกอะไรไม่ออกเลยคิดแต่ว่าจะบอกรักท่าน

rn

เฮมารินอย่างไร แต่ข้าก็เชื่อว่าท่านแม่ทัพไม่มีทางฆ่าเจ้าหรอกเพราะเขาหวงเจ้าขนาดนั้น” บุษราคัมทำหน้าเบ้

rn

“อีตานั่นน่ะนะหวงฉัน อย่ามาพูดดีกว่าเขาแค่บ้าอำนาจ อะไรที่เป็นการหยามเขาล่ะก็เป็นได้เรื่อง”

rn

“อย่าทำพูดดีไปแพซซี่ เจ้าเองก็ระวังไว้เถอะ ตะแง้วๆ ใส่ท่านแม่ทัพแต่ก็วิ่งมาทำเป็นหวังดีกับข้าเพราะกลัวเขาจะเข้าใจผิดคิดว่ามีอะไรกับข้า แต่ก็เอาเถอะข้าจะทำเพื่อเจ้าดูสักครั้ง” โลเดรสอารมณ์ดีขึ้นจึงเย้าแหย่หญิงสาวตามนิสัย

rn

“ท่านโลเดรส!! ถ้าท่านพูดอีกละก็ ฉันจะไม่ช่วยท่านแล้ว ฉันจะบอกท่านเฮมารินว่าท่านเป็นคนเชื่อไม่ได้ โลเล” บุษราคัมกระเง้ากระงอดใส่ แต่อีกฝ่ายเริ่มสนุกกับการได้แกล้งแล้วจึงไม่ยอมละฝีปากง่ายๆ

rn

“ก็เอาสิ... ข้ากับท่านเฮมารินก็ไม่มีวันลงเอยกันเสียที และเจ้าก็จะได้ขึ้นชื่อว่าจอมโกหก ท่านแม่ทัพก็จะได้ลงโทษท่านหญิงของเขา แต่ เอ...จะลงโทษกันแบบไหนนะ จูบหรือปล้ำ หรือ... ”

rn

“ท่านโลเดรสฉันไม่คุยกับท่านแล้ว” แม้น้ำเสียงจะโมโหแต่หน้ากลับแดงแปร๊ด และเดินหนีดื้อๆ เสียอย่างนั้น แต่หูก็ยังแว่วได้ยินเสียงล้อเลียนและเสียงหัวเราะตามหลังมา

rn

“อ้าว จะไปแล้วหรือขอรับท่านหญิงแพซซี่... ”

rn

*-*-*-*-*-*

rn

          ในความมืดของค่ำคืน หญิงสาวนั่งกระสับกระส่ายอยู่ภายในกระโจมที่พัก หลังกลับจากกระโจมพยาบาลในตอนเย็นเธอก็เฝ้ารอการกลับมาของใครบางคนอย่างใจจดจ่อ ทั้งที่แรกๆ ก็คิดว่าดีเหมือนกันเพราะจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนบ้าอำนาจ จะได้มีโอกาสหายใจหายคอบ้าง

rn

บุษราคัมจึงรีบทำธุระส่วนตัวรวมทั้งทานอาหารเรียบร้อย เพราะหากชายหนุ่มกลับมาเธอจะได้ไม่ต้องทำกิจกรรมเหล่านี้ร่วมกับเขา แต่เวลาผ่านไปตั้งแต่หัวค่ำจนถึงเวลาประมาณสาม-สี่ทุ่ม ก็ยังไม่มีทีท่าว่า

rn

ซาร์โดนิกซ์จะกลับมา

rn

เฮมารินแวะมาหาบุษราคัมเพื่อถามว่าซาร์โดนิกซ์ได้บอกอะไรเธอก่อนที่จะออกไปจากค่ายหรือไม่ ก่อนจะกลับไปด้วยท่าทีที่แสดงถึงความกังวลฉายชัด นั่นทำให้บุษราคัมไม่อาจนอนสบายใจได้อย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่านะ?

rn

แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเราสักหน่อยนี่นะ ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรจะเผชิญกับอะไรก็เรื่องของเขาปะไร หญิงสาวบอกตัวเอง

rn

แต่ทำไมในใจถึงหวิวไหวขึ้นมาเสียอย่างนั้น ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ล่ะ ยิ่งเวลาผ่านไปจนกระทั่งดึกดื่นบุษราคัมก็ยิ่งรู้สึกนั่งไม่ติด จนกระทั่งได้ยินเสียงม้าและเสียงอึกทึกดังมาจากด้านนอก ทำให้เธอรีบวิ่งออกไปนอกกระโจมทันที

rn

“นำคนบาดเจ็บไปกระโจมพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย” เธอได้ยินเสียงสั่งการ ท่ามกลางทหารที่วิ่งกันให้ขวักไขว่ แต่กลับไม่ใช่เสียงของซาร์โดนิกซ์

rn

บุษราคัมรีบวิ่งไปยังกระโจมพยาบาล ที่มีทหารร้องโอดโอยอยู่ในนั้นเช่นดังที่เธอเคยเห็น แต่คราวนี้มีโรโดไนต์กับเฮมารินช่วยกันอย่างแข็งขัน และโลเดรสก็ยังคงหยิบๆ โย่งๆ เช่นเคย หญิงสาวรีบเข้าไปหาโลเดรสในทันที

rn

“ขอบคุณ ขอบคุณเหลือเกินแพซซี่ เจ้ามาทันเวลาพอดี” โลเดรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น หน้าซีดขาวราวกระดาษ

rn

“เกิดการปะทะกันอีกแล้วเหรอคะ” เธอรีบถามโลเดรสทันทีและชายหนุ่มก็พยักหน้าหงึกหงัก “หมายถึงกองทหารที่ท่านแม่ทัพนำออกไปอย่างนั้นเหรอคะ แล้ว... ท่านแม่ทัพเป็นยังไงบ้างคะ”

rn

“ใช่แล้วล่ะแพซซี่ เป็นกองกำลังที่ท่านแม่ทัพซาร์โดนิกซ์นำไปนั่นแหล่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นท่านแม่ทัพกลับมาเลย มีแต่ลำเลียงทหารบาดเจ็บกลับมาอย่างที่เจ้าเห็นนี่แหล่ะ” 

rn

 แม้จะกังวลและเป็นห่วงซาร์โดนิกซ์ แต่เพราะความเร่งด่วนของสถานการณ์ตรงหน้าทำให้หญิงสาวหันมาตั้งสติ และทำหน้าที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งความวิตกกังวลไว้ข้างหลัง ผ่านไปครู่ใหญ่ที่คนเจ็บเริ่มซา โรโดไนต์จึงเดินมาหาเธอ

rn

          “ขอบใจเจ้ามาก ข้าเชื่อที่ท่านเฮมารินกับโลเดรสบอกแล้วล่ะว่าเจ้ามืออาชีพมาก” บุษราคัมได้แต่ยิ้ม ก่อนที่เสียงเฮมารินจะดังขึ้น

rn

          “ซาร์โดนิกซ์ล่ะ ซาร์โดนิกซ์กลับมาหรือยัง” แล้วเฮมารินก็รีบออกไปข้างนอก บุษราคัมจึงรีบตามออกไป “ท่านคันเทียร์ ซาโดนิกซ์เล่ากลับมาหรือยัง เขาเป็นอะไรหรือเปล่า”

rn

“เอ่อ... กลับมาแล้วขอรับท่านเฮมาริน ท่านหญิง” รองแม่ทัพที่ไม่ได้รับบาดเจ็บตอบ เมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายของหญิงสาวทั้งสอง

rn

“แล้วเขาอยู่ที่ไหนคะท่านคันเทียร์ เขาเป็นยังไงบ้าง” บุษราคัมรีบถามขึ้นบ้างด้วยความร้อนรนไม่แพ้กัน

rn

“ท่านแม่ทัพกลับไปที่พักแล้วขอรับท่านหญิง ได้รับบาดเจ็บนิดหน่อยขอรับ” ได้ยินคำตอบเพียงแค่นั้นบุษราคัมไม่รั้งรออะไรอีกต่อไป เธอรีบวิ่งกลับกระโจมที่พักในทันที

rn

หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปข้างใน ก็เห็นร่างสูงใหญ่นั่งหันหลังให้เธออยู่บนเตียง

rn

“ท่านซาร์โดนิกซ์คะ ท่านเป็นยังไงบ้าง” บุษราคัมถามพลางรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ แต่ชายหนุ่มแค่หันมามองเธอแว่บเดียว

rn

“ข้าไม่เป็นไรมาก” และตอบกลับเสียงเรียบ

rn

“แต่ท่านคันเทียร์บอกว่าท่านได้รับบาดเจ็บนี่คะ ฉันขอดูหน่อยซิคะ” บุษราคัมดึงชายเสื้อคลุมของชายหนุ่ม เธอสัมผัสกับความเหนอะหนะชุ่มโชกและกลิ่นคาวคลุ้ง “นี่มันเลือดนี่คะ! ท่านบาดเจ็บตรงไหนคะ”

rn

“เจ้าเป็นห่วงข้าเหมือนกันรึ ข้าควรจะหัวเราะด้วยความดีใจสินะ” ซาร์โดนิกซ์มองเธอพร้อมรอยยิ้มไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาแต่อย่างใด

rn

“ไม่ใช่เวลาที่จะมาล้อเล่นนะคะ บอกมาสิคะว่าท่านได้รับบาดเจ็บตรงไหน” บุษราคัมทำหน้าดุใส่คนที่หัวเราะอารมณ์ดี

rn

แต่ก็เพียงแว่บเดียวเพราะเธอรีบสาละวนอยู่กับการหาที่มาของเลือดมากมายนั้น จนกระทั่งพบแผลตรงไหล่ที่มีลักษณะเหมือนถูกคมดาบขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่ และก็ไม่ลึกพอที่จะทำให้เลือดออกได้มากขนาดนั้น แต่เพราะความตกใจหญิงสาวจึงไม่หยุดพิจารณาอะไรทั้งนั้น

rn

“ทำไมท่านไม่ไปที่กระโจมพยาบาลล่ะคะ จะได้ทำแผลได้ทันท่วงที”

rn

“ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก รอให้พวกทหารที่บาดเจ็บได้รับการรักษาก่อนเถอะ ข้ารอได้”

rn

“จะบ้าหรือไงคะ ฉันจะไปเอาเครื่องมือและยามาทำแผลให้ท่าน อย่าพึ่งไปไหนนะคะ” หญิงสาวสั่ง

rn

ซาร์โดนิกซ์ได้แต่ยิ้มส่ายหน้ากับความเจ้ากี้เจ้าการนั้น แต่ความอบอุ่นวาบขึ้นมาในหัวใจ พอดีกับเสียงเรียกดังขึ้นหน้ากระโจม

rn

“แพซซี่ ซาร์โดนิกซ์ ข้าเองนะ ข้าเอายามาให้” เสียงของเฮมารินนั่นเอง

rn

“เชิญค่ะท่านเฮมาริน ฉันว่าจะไปเอาอยู่พอดี”

rn

“เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่าซาร์โดนิกซ์ เห็นว่าโดนปลายดาบเฉี่ยวเอาอีกแล้วหรือ” เฮมารินมองสำรวจร่างของซาร์โดนิกซ์ทันทีที่เข้ามาข้างใน

rn

“ข้าไม่เป็นอะไรมากหรอกเฮม่าร์ ว่าแต่ทหารเป็นอย่างไรกันบ้าง”

rn

“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกข้ากับโรโดไนต์จัดการเกือบหมดแล้ว แถมได้แพซซี่ช่วยอีกแรงสบายมาก ว่าแต่ทำไมเลือดเจ้ามากมายอย่างนั้นเล่า ก็ไหนท่านคันเทียร์บอกว่าเจ้าโดนนิดเดียวเองไม่ใช่หรือ”

rn

“ที่ติดเสื้อคลุมข้าน่ะหรือ ไม่ใช่เลือดของข้าหรอกเป็นเลือดทหารคนที่โดนดาบฟันตรงข้างหลังคนนั้นอย่างไรล่ะ” คำตอบของชายหนุ่มทำให้บุษราคัมตาโต

rn

“อะไรนะคะ แล้วทำไมท่านไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะคะ ปล่อยให้ฉันคิดว่าเป็นเลือดของท่าน คิดว่าท่านบาดเจ็บสาหัสเสียอีก” แล้วบ่นอุบอิบตามมา

rn

“ข้าก็บอกเจ้าแล้วนี่นาว่าข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก เจ้าเองที่ไม่ยอมฟังข้า” เขาโยนให้เป็นความผิดของเธอหน้าตาเฉยเสียนี่ บุษราคัมมอง

rn

ชายหนุ่มตาวาวก่อนจะค้อนขวับเข้าให้ แต่เสียงหัวเราะคิกดังมาจาก

rn

เฮมารินที่ฟังอยู่

rn

“ข้าว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า เจ้าทำแผลให้ซาร์โดนิกซ์ก่อนเถอะ ข้าจะกลับไปช่วยโรโดไนต์ดูแลคนบาดเจ็บต่อ”

rn

“ถ้างั้นเดี๋ยวเสร็จแล้วฉันจะตามไปช่วยพวกท่านนะคะ”

rn

“ไม่ต้องหรอกเจ้าก็อยู่ดูแลซาร์โดนิกซ์เถอะแพซซี่ ตอนนี้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ข้ากับโรโดไนต์ดูแลได้ ยิ่งตอนนี้ไม่ค่อยมีเลือดให้เห็นแล้วโลเดรสก็ค่อยใช้การได้หน่อย ข้าไปล่ะ”

rn

“ท่านไม่เป็นอะไรมากก็ถอดเสื้อคลุมออกเองได้สิคะ” บุษราคัมบอกด้วยน้ำเสียงติดประชดระคนหมั่นไส้เล็กน้อย เมื่ออยู่กันตามลำพัง

rn

“แต่ข้าเหนื่อย ถ้าเจ้าไม่เอามันออกไปจากตัวข้า ก็ตามใจเจ้าเถิด”

rn

นั่นทำให้หญิงสาวต้องเป็นฝ่ายถอดเสื้อคลุมออกให้เขา และเริ่มทำแผล พอล้างแผลสะอาดแล้ว ก็เป็นจริงดังชายหนุ่มว่าที่แผลของเขาไม่ได้ลึกหรือใหญ่ถึงขนาดที่ต้องเย็บ บุษราคัมจึงล้างแผล ใส่ยาและพันผ้ากันฝุ่นให้

rn

ซาร์โดนิกซ์ทอดสายตามองใบหน้าหวาน ไล่มายังมือเรียวบางที่กำลังจัดการกับแผลตรงไหล่เขาอย่างคล่องแคล่ว ชายหนุ่มไม่เคยคิดสักนิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นทุกข์เป็นร้อนไปกับเขาได้มากมายเพียงนี้ หน้าตาท่าทางของเธอตอนที่เข้ามาพบเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และห่วงกังวลที่มันฉายชัดออกมา  

rn

นั่นเป็นเหตุให้เขาไม่อาจบอกกับเธอได้ว่าแผลที่โดนดาบเฉี่ยวนั้นเท่าแมวข่วน ปกติแผลแค่นี้ไม่เคยทำให้ชายหนุ่มตื่นตกใจได้ ซาร์โดนิกซ์

rn

อยากเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวที่มีต่อความเป็นความตายของเขา และสิ่งที่ได้เห็นได้สัมผัสตั้งแต่เมื่อครู่จนมาถึงวินาทีนี้ก็ทำให้หัวใจของเจ้าชายหนุ่มพลันเต็มตื้นไปด้วยความอบอุ่น ซาบซึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

rn

“เสร็จแล้วค่ะ ท่านควรจะอาบน้ำแล้วก็ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำนะคะ ฉันจะไปเตรียมอาหารร้อนๆ มาให้” บุษราคัมขยับตัวแต่มือเรียวถูกดึงเอาไว้เสียก่อน

rn

“เจ้าไม่ต้องไปเอาเองหรอกเดี๋ยวทหารก็เอามาให้ เจ้ามาอาบน้ำให้ข้าดีกว่า”

rn

“หะ... หา... อะไรนะคะ อาบน้ำ? ” หญิงสาวร้องออกมาด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ เพราะจนบัดนี้เธอเองก็ยังไม่ชินกับสภาพของเขาตอนอยู่ในอ่างอาบน้ำสักที

rn

“แปลกตรงไหนกัน เจ้าลืมแล้วหรือว่าเราเป็นอะไรกัน เพราะฉะนั้นเจ้าต้องทำตัวให้ชินเสียตั้งแต่ตอนนี้”

rn

“บ้าอำนาจเหมือนเดิม ทำไมฉันต้องเป็นห่วงคนแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้” หญิงสาวบ่นเบาๆ กับตัวเองหน้าง้ำ

rn

แต่เจ้าชายหนุ่มกลับเอื้อมมือมาจับคางมนให้ใบหน้าเงยขึ้น พร้อมกับโน้มใบหน้ามาจุมพิตริมฝีปากเธอเบาๆ ครั้งหนึ่ง

rn

“ขอบคุณนะ” เขากระซิบ บุษราคัมหัวใจพองโตกับคำขอบคุณแสนหวานนั้นจนต้องหลบสายตาเขาพัลวัน

rn

ร่างเกือบเปลือยของชายหนุ่มแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำประจำตัว และก็เป็นบุษราคัมที่พยายามไม่มองอะไรนอกจากมือของตัวเองที่ต้องขัดถูลูบไล้ไปตามร่างนั้น แต่ก็ดูเหมือนเขาเหนื่อยล้าเกินกว่าจะนึกสนุกและแกล้งเธอเหมือนทุกที ชายหนุ่มจึงเอนหลังแช่น้ำหลับตานิ่งปล่อยให้เธอขัดถูไปตามใจชอบ

rn

          และหลังจากนั้นซาร์โดนิกซ์แทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรอีก เขาทานอาหารเพียงนิดเดียวแล้วก็ล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนเพลีย        หญิงสาวนั่งมองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกแปลกๆ โล่งใจนักที่เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร แต่เขาก็ดูเหนื่อยนัก

rn

ตั้งแต่ถูกพาตัวมาอยู่ที่ค่ายแห่งนี้เธอไม่เคยรู้เห็นว่าข้างนอกเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นสนามรบที่มีการปะทะกันคงไม่ต่างไปจากที่เธอเคยเห็นในครั้งแรกที่มาที่นี่ หญิงสาวไม่ชอบบรรยากาศแบบนั้นเลย มีแต่กลิ่นอายของความตายและการทำลายล้าง ผู้ชายคนนี้เผชิญกับสถานการณ์แบบนั้นมามากเท่าไหร่เธอไม่อาจรู้ แล้วก็ไม่รู้อีกเช่นกันว่าเมื่อไหร่ถึงจะยุติลง

rn

          บุษราคัมล้มตัวลงนอนข้างๆ ร่างใหญ่นั้น แต่ก็ไม่กล้าแม้กระทั่งจะขยับตัวเพราะกลัวจะไปถูกตัวเขาให้เป็นการรบกวนการพักผ่อน แต่เพียงชั่วครู่คนตัวโตก็พลิกตัวมากอดเธอไว้ในอ้อมแขน  

rn

หญิงสาวถึงกับใจเต้นไม่กล้ากระดิกตัวยิ่งกว่าเดิม แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น และเพราะความเหนื่อย ความง่วงที่เข้ามาครอบงำทำให้หญิงสาวหลับลงไปในเวลาอันรวดเร็ว

rn

rn
 
rn
rn

**ขุนศึกเสน่หา อาณาจักรรัก**

rn

มีจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊คแล้วนะคะ

rn

สนใจเข้าไปโหลดได้เลยค่า

rn

Meb

rn

data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzEyOTE2IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNjcyMzIiO30

rn

ookbee

rn

 http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=8d272806-4a58-475c-951a-c801e9c1353a&affiliateCode=1168c15837084f8bbb5cf6fde0ca707d 

rn

hytexts

rn

https://www.hytexts.com/ebook/B013956-ขุนศึกเสน่หา อาณาจักรรัก

rn



ตอนก่อนหน้า

กลับไปหน้าหลักของบทความ

ตอนถัดไป


โหวต : 1 คะแนน    2 คะแนน    3 คะแนน    4 คะแนน    5 คะแนน   
ล๊อคอินเพื่อแสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเเห็นแบบไม่ล๊อคอิน
ID :      
Password :      
     
เนื่องจากขณะนี้ทางเว็บไซต์ได้พบกับผู้ไม่ประสงค์ดี เข้ามาทำการก่อกวน
ทางเว็บไซต์จึงจำเป็นจะต้องสงวนสิทธิ์สำหรับสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กติกาในการใช้เว็บ
นิยายหรือบทความที่ปรากฏในเว็บไซต์ www.lightoflovenovel.com เป็นข้อความที่ถูกโพสต์ขึ้นบนหน้าเว็บไซต์โดยบุคคลทั่วไป ซึ่งเว็บไซต์ www.lightoflovenovel.com ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใดๆ กับการกระทำนั้นๆ หากท่านพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสมปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ สามารถอีเมล์มาแจ้งได้ที่ [email protected] เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการต่อไป

ความคิดเห็นจากผู้อ่าน


กรุณาแสดงความคิดเห็น
เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน



หน้าแรก      สินค้า      อ่านนิยาย      กิจกรรม/ข่าวสาร      เว็บบอร์ด      ติดต่อเรา
Copyright © 2018. All right reserved.

Design by Seomodern