ทะเบียนรักมาเฟีย-บทที่ ๑/๒ อำนาจมืดของไคล์ แซกเคอร์มันน์










EP: 1 ช้ำรัก 3 ( เมียไร้รัก ) ( R-mustang ) [ 2018-02-18 ]
ตอนที่ 6 Young and Beautiful ( กุหลาบในแดนเถื่อน ) ( กาญจนิการ์ ) [ 2018-02-18 ]
EP: 1 ช้ำรัก 2 ( เมียไร้รัก ) ( R-mustang ) [ 2018-02-17 ]
บทที่ 1 ช้ำรัก ( เมียไร้รัก ) ( R-mustang ) [ 2018-02-15 ]
ตอนที่ 4 l05l ( พ่ายรักตรวนราคี ) ( R-mustang ) [ 2018-02-15 ]
พบรัก ห้า 2 ( พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2018-02-14 ]
ขอรักครั้งที่ สิบหก 3 ( ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ) ) ( ลานีญา ) [ 2018-02-14 ]
บทที่ ๒/๑ เขตกักกันตัว ( ทะเบียนรักมาเฟีย ) ( โรสควอตซ์ ) [ 2018-02-14 ]
บทที่ 19 ( เสน่หามายาไฟ (18+) ) ( พิริตา ) [ 2018-02-14 ]
บทที่ 15 ( ขุนศึกเสน่หา อาณาจักรรัก (18+) ) ( อเมทริน ) [ 2018-02-14 ]


วันนี้ 622
เมื่อวานนี้ 989
เดือนนี้ 19,163
เดือนที่แล้ว 33,633
ปีนี้ 52,796
ปีที่แล้ว 368,343
รวมทั้งหมด 7,723,304

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน

URL สำหรับอ่านหน้านี้

Code สำหรับนำไปแปะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
ชื่อผู้ส่ง

E-Mail


Share on Facebook
ทะเบียนรักมาเฟีย : บทที่ ๑/๒ อำนาจมืดของไคล์ แซกเคอร์มันน์
ผู้แต่ง : โรสควอตซ์
ลงเมื่อ : 2018-02-08 [ 10:58:39 ]
อ่านทั้งหมด : 31
คอมเมนท์ทั้งหมด : 0
คะแนนโหวตทั้งหมด :

การเดินทางจากบ้านนอกเข้าสู่เมืองกรุงฯ ของนักแสดงสาว แม่ รวมถึงหลานชายตัวน้อยๆ ราบรื่นได้ประมาณสามชั่วโมงแล้ว ทว่าพอรถจะแล่นเข้าสู่เส้นทางหลักมุ่งสู่ตัวเมืองแสนวุ่นวาย จู่ๆ บริเวณด้านหน้าก็เกิดอุบัติเหตุใหญ่ทำให้การจราจรล่าช้า ผู้จัดการสาวเทียมอย่างรัชช่าจึงเอาแต่ถอนใจทิ้งแรงๆ เพราะกลัวว่านางเอกคนงามที่กำลังโด่งดังจะไปงานบวงสรวงละครเรื่องใหม่ล่าช้า

rn

        “พี่บอกแล้วว่าให้นั่งเครื่องบินมา” เจ้าหล่อนบ่นกระปอดกระแปด “ดูสิไม่รู้ว่าเมื่อไรจะถึงช่องก็ไม่รู้”

rn

        “อีกหน่อยตำรวจก็คงเคลียร์เส้นทางแล้วค่ะ พี่สรัสใจเย็นๆ นะคะ”

rn

        พอได้ยินชื่อจริงตัวเองหลุดออกจากปากสีชมพูระเรื่อของนักแสดงในสังกัดแล้วก็ถึงกับตวัดดวงตาดุๆ ใส่ทันที “บอกให้เรียกรัชช่า...รัชช่าน่ะเข้าใจไหมยะ”

rn

        “ก็ได้ค่ะ” บุปผาสวรรค์ยอมเออออ “แล้วห้องที่ให้จัดไว้สำหรับแม่และหลานของบุปผา พี่รัชช่าจัดการไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ”

rn

        “แน่นอนจ้ะ”

rn

พูดแล้วก็หันไปมองเด็กแบเบาะที่อยู่ในอ้อมแขนของแม่นางเอก “ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว รับรองว่าจะถูกใจแม่กับหลานแน่นอน แต่...อย่าว่าอะไรอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะคะ รัชช่าไม่อยากให้คนอื่นรู้จริงๆ ว่าในบ้านของบุปผาสวรรค์มีเด็กตัวเล็กๆ อยู่ด้วย รัชช่าขี้เกียจตอบคำถามนักข่าวค่ะ ถ้าพวกนั้นรู้เข้าคงจะจับโยงกันวุ่นวายไปหมด ดีไม่ดีก็คงจะขุดไปถึงเรื่องที่หลานไม่มีพ่อด้วย”

rn

        “พี่รัชช่า”

rn

นางเอกสาวเรียกเสียงดุ พอเห็นสีหน้าซีดๆ ของแม่ก็ถึงกับจ้องผู้จัดการของตัวเองตาไม่วาง จนอีกฝ่ายเอ่ยขอโทษขอโพยนั่นแหละถึงได้หันมากระชับมือของแม่ไว้แน่น “แม่คะ อย่าถือสาพี่รัชช่าเลยนะคะ พี่เขาก็แค่เป็นห่วงเท่านั้น”

rn

        “แม่เข้าใจจ้ะ” นางราตรีได้แต่ยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะก้มหน้าซ่อนตาแดงๆ “ถ้าแก้วมุกดาอยู่ บุปผาก็คงไม่ต้องลำบาก”

rn

        “แม่คะ” หญิงสาวได้แต่สอดแขนโอบรอบเอวแม่ ซบหน้าเข้ากับต้นแขนข้างหนึ่ง “ไม่ต้องคิดมากนะคะ บุปผาบอกแล้วว่าจะดูแลแม่เอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บุปผาจะไม่มีวันทิ้งแม่”

rn

        “บุปผา”

rn

คนเป็นแม่สะอื้นไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น ทำเอาคนปากไม่ดีอย่างรัชช่าถึงกับต้องลอบเช็ดน้ำตาป้อยๆ เช่นกัน แต่จู่ๆ รถที่เคลื่อนตัวช้าๆ กลับต้องเบรกอย่างกะทันหัน ทำเอาผู้โดยสารภายในรถกรีดร้องด้วยความตกอกตกใจ หนำซ้ำเด็กตัวน้อยๆ ก็ยังพลอยแผดเสียงร้องจ้าไปด้วย ทว่ากว่าทุกคนจะรู้สึกตัวอีกครั้ง เวลานี้ภายในรถก็เหลือเพียงนางราตรีกับผู้จัดการปากมากเท่านั้น

rn

        บุปผาสวรรค์ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าภายในไม่กี่วินาทีนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง หญิงสาวรู้สึกถึงข้อมือข้อเท้าที่อ่อนแรง จู่ๆ หัวสมองมันก็มึนงง และทุกอย่างที่เคยดังจอแจอยู่รายล้อมตัวนั้นมันก็เงียบสนิท และเธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย นอกเสียจากก้าวเข้าไปสู่ดินแดนลึกมืด และใช้เวลาอยู่ในนั้นเนิ่นนาน

rn

        แพขนตาโค้งงอนราวกับคันศรค่อยๆ กะพริบขึ้นอีกครั้งก็ในเวลาที่ได้ยินเสียงร้องจ้าคุ้นหู ถึงแม้จะขยับตัวได้ยากลำบากแต่หญิงสาวก็สามารถประคองตัวเองลุกขึ้นนั่ง แต่วินาทีแรกที่เห็นรอบๆ ห้องไม่คุ้นตาก็ถึงกับอ้าปากค้าง เธอไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วที่นี่มันคือที่ไหน พอเหลือบเห็นนาฬิกาที่ประดับบนผนังก็ถึงกับต้องเดินเร็วๆ ไปรอบๆ

rn

        ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย แต่เสื้อผ้าทุกชิ้นที่เธอสวมใส่ก็ยังอยู่ครบ แถมเครื่องประดับนาฬิกาหรือแม้แต่กระเป๋าถือ กระเป๋าเดินทางก็วางอยู่ใกล้ๆ สิ่งที่หญิงสาวทำได้ก็คือวิ่งไปยังผนังห้องที่กรุด้วยกระจกหนาแล้ววาดสายตามองไปรอบๆ

rn

        “ที่นี่ที่ไหน” บุปผาได้แต่พึมพำออกมา แต่ยังไม่ได้คำตอบก็ต้องเบิกตาโตเมื่อได้ยินเสียงของหลานชายดังก้อง เธอไม่รีรอเลยที่จะวิ่งไปยังห้องนั้น เพียงเปิดประตูเข้าไปก็ต้องยืนนิ่งเป็นหุ่น เพราะหลานของเธอถูกอุ้มมือผู้ชายแปลกหน้า

rn

        เขาสวมชุดสูทเรียบหรู เส้นผมด้านบนนั้นยาวนิดหน่อยแต่ถูกจัดทรงป้ายไปด้านหลัง นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นทำเอาเธอก้าวขาไม่ออก รูปร่างของเขาสูงใหญ่กว่าพระเอกดังๆ ในเมืองไทย แววตาสีหน้าเยือกเย็นจนเธอไม่กล้าพูดอะไร นอกเสียจากจับจ้องหลานตัวน้อยๆ ที่ถูกเขาอุ้มแนบอกตาไม่วาง เธอตัดสินใจพุ่งเข้าไปหาแต่ก็ถูกขวางด้วยผู้ชายอีกคน ที่แต่งตัวได้เนี้ยบไม่แพ้ผู้ชายคนนั้น

rn

        “วางเด็กคนนั้นลงเดี๋ยวนี้” บุปผาสวรรค์สูดหายใจแรงๆ ขณะสั่งออกมา “อย่าแตะต้องเขา”

rn

        “เด็กนี่”

rn

ไคล์ปรายตามองเด็กตัวน้อยๆ ที่หลับสนิทในอ้อมแขนตัวเองนิ่งนาน เขายอมรับว่าวินาทีแรกที่ได้เห็นเด็กนี่เขาก็ปรารถนาจะอุ้มและสัมผัสเนื้อนุ่มๆ อยากทักทายเพราะถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็เป็นลูกแท้ๆ ของน้องชายที่เขารัก แต่พอเห็นผู้ปกครองของเด็กทำทีท่าหวงราวกับเป็นลูกในไส้ของตัวเองก็อดที่จะกลั่นแกล้งไม่ได้ “ฉันจะทำอย่างไรกับเด็กคนนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ”

rn

        นัยน์ตาสีสนิมจับจ้องนักแสดงสาวตาไม่วาง “บอกฉันสิบุปผาสรรค์ ว่าเธอจะไปอยู่กับฉันดีๆ”

rn

        “อยู่กับคุณ” คิ้วเล็กๆ ที่เรียงเส้นสวยอยู่เหนือดวงตากลมโตถึงกับขยับเข้าหากัน เธอเดินตรงไปหาผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นช้าๆ แล้วจ้องมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพินิจพิเคราะห์ “ทำไมฉันต้องไปอยู่กับคุณด้วย”

rn

        พริบตาเดียวเขาก็กดมุมปากเป็นรอยยิ้มร้าย แล้วเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ “เพราะฉันคือพ่อของเด็กคนนี้”

rn

        “พ่อของหลานชายฉัน”

rn

        “คิงส์ แซกเคอร์มันน์ลูกพ่อ”

rn

ปลายจมูกโด่งเคลียคลอแก้มนุ่มของเด็กน้อยวัยเดือนเศษไปมา สีหน้าและแววตาเปี่ยมไปด้วยท่าทีรักใคร่ ซึ่งการแสดงออกของเขาทำเอาบุปผาสวรรค์ถึงกับทรุดไปกองอยู่กับพื้น ดวงตาสีดำสนิทแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดน้ำตาอุ่นร้อนก็ค่อยๆ ไหลผ่านแก้มนวลไม่ขาดสาย

rn

        เธอรู้สึกว่าดวงตากำลังพร่าเลือน ยิ่งมองเขาคนนั้นอุ้มหลานรักนานเท่าไรเธอก็ยิ่งรู้สึกหายใจไม่ออก เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นพ่อของหลานชายตัวเอง น้องของเธอไม่เคยพูดถึงผู้ชายที่น้องรักให้ฟังเลยสักครั้ง ตั้งแต่แก้วมุกดาตั้งท้องจนกระทั่งคลอดลูกและตายจาก ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เคยมาแสดงตัว แต่จู่ๆ ก็เปิดเผยตัวในเวลาที่สายเกินไป

rn

        “ทำไมคุณไม่มาให้เร็วกว่านี้” หญิงสาวเอาแต่สะอึกสะอื้นแล้วมองเขาด้วยน้ำตาไหลพราก “ถ้าคุณมาเร็วกว่านี้อีกสักนิด หลานของฉันก็คงไม่ต้องสูญเสียแม่ของเขาไป น้องสาวของฉันก็จะได้มีชีวิตอยู่กับคุณไปอีกนานแสนนาน แต่ทำไม...ทำไมคุณถึงมาตอนนี้...เปิดเผยตัวออกมาให้มันได้อะไร ในเมื่อแก้วมุกดาไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว”

rn

        ไคล์ยอมรับว่าน้ำตาของผู้หญิงคนนี้ทำเอาเขาพูดไม่ออกเหมือนกัน แต่ว่าด้วยความตั้งใจเขาก็ไม่อาจปล่อยให้อารมณ์อ่อนไหวมีอิทธิพลเหนือสิ่งที่เป็นอยู่ได้

rn

        “เพราะฉันไม่ต้องการผู้หญิงคนนั้นแล้ว”

rn

        “นี่คุณ...บอกว่าไม่ต้องการน้องสาวของฉันอย่างนั้นหรือ” บุปผาสรรค์รู้เลยว่าใจตัวเองวูบโหวงแค่ไหน ยิ่งเห็นรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าคมคายของเขาก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังหายใจไม่ออก

rn

        “ฉันต้องการเพียงเด็กคนนี้เท่านั้น...เด็กที่เป็นสายเลือดของฉัน”

rn

        บุปผาสวรรค์พูดไม่ออก เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีผู้ชายแบบนี้อยู่บนโลก จึงเอาแต่จ้องมองเขาด้วยความชิงชัง “คนเลวๆ อย่างคุณ ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ทำไมคนที่ตายไปถึงไม่ใช่คุณ ทำไมน้องสาวของฉันต้องเป็นฝ่ายตายไปด้วย”

rn

        “นั่นเพราะโลกใบนี้มันโหดร้ายกว่าที่เธอคิด”

rn

        หญิงสาวจ้องมองอีกฝ่ายอยู่นานนับนาที ถึงได้ค่อยๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงมาหาเขาช้าๆ ดวงตากลมโตสีดำที่โอบอุ้มด้วยความร้อนนั้นจ้องมองใบหน้านิ่งสนิทไร้ความรู้สึกผิดของเขาแล้วกัดฟันเอ่ยออกมา

rn

        “คืนเด็กคนนั้นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้”

rn

        เขาคลี่ยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือกน่ากลัว “เธอไม่มีสิทธิ์ในตัวเด็กคนนี้”

rn

        “มีสิ...เพราะว่าฉันคือป้าของเขา”

rn

        “ก็แค่ป้า แต่ฉันคือพ่อแท้ๆ พ่อที่มีสิทธิ์ในตัวเด็กคนนี้ทุกอย่าง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หรือแม้แต่ชีวิตของเขา”

rn

        “คุณหมายความว่าอะไร”

rn

        ทำไมในหัวใจของบุปผาสรรค์ถึงได้รู้สึกเป็นกระวนกระวายนักก็ไม่รู้ ยิ่งได้เห็นนัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของหลานชายก็ยิ่งทำเอาเธอต้องยืนตัวแข็งทื่อ แววตาของเขามันไม่ใช่แววตาที่พ่อมองลูกเลยสักนิด มันเหมือนว่าเขาสามารถตัดใจคร่าชีวิตน้อยๆ นั่นได้โดยไม่ลังเล

rn

        “สั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ ฉันจะทำให้เขาเป็นหรือตายก็ได้”

rn

        “คุณมันไม่ใช่คน! เลวยิ่งกว่าสัตว์นรกเสียอีก แม้แต่หมามันยังไม่ฆ่าลูกของตัวเองเลย”

rn

        “เข้าใจเปรียบ” เขาหัวเราะหึๆ ไม่สะทกสะท้านกับน้ำคำพรุสวาทที่หลุดออกจากปากอิ่มเรื่อเลยสักนิด นั่นอาจเป็นเพราะความจริงแล้วเขาอาจจะเลวบัดซบยิ่งกว่าคำด่าทอพวกนั้นเสียอีก “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็จะให้สิทธิ์เธอในตัวเด็กคนนี้ด้วย”

rn

        “คุณจะทำอะไร”

rn

        “เด็กคนนี้จะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ”

rn

        ไคล์กวาดมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ โดยปล่อยให้เด็กตัวเล็กอยู่กั้นกลางระหว่างเขาและเธอ “เด็กจะรอดตาย ถ้าเธอยอมไปอยู่กับฉัน”

rn

        “อยู่กับคุณ” บุปผาสวรรค์ได้แต่ทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อ “ฉันต้องอยู่กับคุณ เด็กคนนี้ถึงจะมีชีวิตรอดอย่างนั้นหรือ”

rn

        “ใช่”

rn

        “ถ้าฉันไม่ตกลง”

rn

        “เด็กนี่ก็จะตาย”

rn

        ถ้อยคำนั้นมาพร้อมกับอ้อมแขนที่รัดเจ้าตัวเล็กแน่นขึ้น แน่นเสียจนเด็กตัวน้อยๆ แผดเสียงร้องจ้า วินาทีแรกที่ได้ยินข้อเสนอของเขา บุปผาสวรรค์ก็แทบจะปฏิเสธออกมาดังลั่น ทว่าเพียงได้ยินเสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดของหลานในไส้ หญิงสาวก็ถึงกับพูดไม่ออก เธอมองหลานชายสลับกับใบหน้าคมคายที่แสนอันตรายของเขา เธอไม่รู้จริงๆ ว่าเขาเป็นใครกันแน่ เป็นพ่อของหลานชายจริงๆ หรือ แล้วทำไมเขาถึงได้หยิบยื่นข้อเสนอแสนโหดร้ายขนาดนี้กับเธอ

rn

        “ฉันไม่...”

rn

        ทันทีที่คำว่าไม่หลุดออกมาจากกลีบปากชมพูสวย ไคล์ก็รีบโยนทารกวัยแบเบาะให้กับคนสนิทแล้วสั่งการด้วยท่าทีโหดเหี้ยม “ฆ่าเด็กนั่นซะ”

rn

        “ไม่นะ อย่าทำร้ายเขา” บุปผาสวรรค์ถึงกับไปกองอยู่กับพื้น ยกมือปิดใบหน้าชุ่มน้ำตาของตัวเองไว้แน่น “ได้โปรด...อย่าฆ่าเขา”

rn

        “นั่นก็แสดงว่าเธอตกลง”

rn

        หญิงสาวสะอึกสะอื้นออกมาจนตัวหอบโยน “ฉันยอมแล้ว...ฉันยอมไปอยู่กับคุณ ได้โปรด...อย่าทำร้ายเด็กคนนี้อีกเลย”

rn

        มีเพียงวอนโดเท่านั้นที่มองเห็นประกายตาพึงพอใจของผู้เป็นนาย เพราะตอนนี้คนที่ตอบตกลงเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ ตั้งสติได้ก็รีบพุ่งมาอุ้มหลานชายตัวน้อยๆ ไปกอดไว้อย่างหวงแหน ริมฝีปากสีหวานแนบจุมพิตบนหน้าผากกับแก้มนุ่มๆ ของเด็กคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างปลอบประโลม ทำให้ไคล์ แซกเคอร์มันน์รู้สึกเหมือนมีหินขนาดมหึมาทับอยู่กับอก เป็นแบบนี้แล้วเขาจะปล่อยให้พ่อบังเกิดเกล้าคร่าชีวิตของสองคนนี้ไปได้เช่นไรกัน โดยเฉพาะเด็กคนนั้น เด็กที่เขาโอบอุ้มและตั้งชื่อให้ว่า คิงส์ แซกเคอร์มันน์




ตอนก่อนหน้า

กลับไปหน้าหลักของบทความ

ตอนถัดไป


โหวต : 1 คะแนน    2 คะแนน    3 คะแนน    4 คะแนน    5 คะแนน   
ล๊อคอินเพื่อแสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเเห็นแบบไม่ล๊อคอิน
ID :      
Password :      
     
เนื่องจากขณะนี้ทางเว็บไซต์ได้พบกับผู้ไม่ประสงค์ดี เข้ามาทำการก่อกวน
ทางเว็บไซต์จึงจำเป็นจะต้องสงวนสิทธิ์สำหรับสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กติกาในการใช้เว็บ
นิยายหรือบทความที่ปรากฏในเว็บไซต์ www.lightoflovenovel.com เป็นข้อความที่ถูกโพสต์ขึ้นบนหน้าเว็บไซต์โดยบุคคลทั่วไป ซึ่งเว็บไซต์ www.lightoflovenovel.com ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใดๆ กับการกระทำนั้นๆ หากท่านพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสมปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ สามารถอีเมล์มาแจ้งได้ที่ [email protected] เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการต่อไป

ความคิดเห็นจากผู้อ่าน


กรุณาแสดงความคิดเห็น
เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน



หน้าแรก      สินค้า      อ่านนิยาย      กิจกรรม/ข่าวสาร      เว็บบอร์ด      ติดต่อเรา
Copyright © 2018. All right reserved.

Design by Seomodern